menu-iconKaidee Auto แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย รถยนต์ No.1
chat

ขายรถยนต์ ไดฮัทสุมือสอง Daihatsu มือสอง ทั่วประเทศ

(18)
Daihatsu
รถคันเล็ก แต่หัวใจไม่เคยเล็กตามตัว

สำหรับในประเทศไทยนั้น Daihatsu เคยเข้ามาทำตลาดในประเทศเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามในช่วงสามปีที่ผ่านมา มีข่าวหนาหูว่าทีม Daihatsu กำลังส่งคนมาสำรวจตลาดในประเทศไทย และอาจจะกลับเข้ามาทำตลาดในอีกเร็ววันนี้ ส่วน Daihatsu ที่ยังมีขายในประเทศไทยตอนนี้เป็นรุ่น Hi-Jet ที่นำเข้ามาโดยผู้นำเข้าอิสระ รวมถึงรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการรถเล็กแบบอินดี้ ๆ นั่นเอง

สรุปราคารถยนต์มือสอง Daihatsu

รุ่นราคามือสอง
Atrai
235,000
Hi-Jet
255,000
Mira
45,000
Terios
225,000
Charade
45,000
หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง
รถไฮไลท์ Daihatsu

เนื่องจากในปัจจุบัน ทาง Daihatsu ไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทยแล้ว ทำให้รถหลายรุ่นต้องซ่อมบำรุงที่ศูนย์นอก แต่แน่นอนว่าความโดดเด่นของแบรนด์นี้ก็ทำให้หลายคนยังตามหารถบางรุ่นของแบรนด์นี้อยู่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหาความอินดี้จากรถขนาดเล็ก หรือความอเนกประสงค์จากรถกระบะขนาดเล็ก

01
รถเก๋ง - Passenger Car
Daihatsu Mira

หรือที่เราเรียกกันว่า K-Car เป็นรถที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Daihatsu เป็นอย่างมาก เนื่องจากตอนที่ทางแบรนด์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น Daihatsu Mira เปรียบเสมือนกับผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนบริษัท และทำให้ Daihatsu เป็นที่รู้จักของคนไทย ในฐานะผู้ผลิตรถเล็กกะทัดรัด ขนาดจิ๋ว โดยตอนที่ Daihatsu Mira วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ยังไม่เคยมีรถที่มีขนาดเล็กเท่านี้ทำตลาดในไทยมาก่อนเลย พูดได้ว่าว่า Daihatsu Mira เป็น Eco car คันแรก ๆ ของประเทศไทยก็คงจะไม่ผิดนัก

สำหรับประเทศไทย Daihatsu Mira ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 1990 โดยเวอร์ชั่นที่นำเข้ามาจำหน่าย ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว โดยตัวถังมีขนาดเล็กกะทัดรัด มีความยาวเพียง 3 เมตรนิด ๆ ทุกอย่างถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย และประหยัดเป็นสำคัญ ภายในก็มีเพียงอุปกรณ์มาตรฐานติดมาให้ เรียกได้ว่าเป็นรถที่ใช้ขับอย่างเดียวนี่แหละ แต่ในความธรรมดานี้ ก็แฝงไปด้วยสเน่ห์ของมันอยู่

เครื่องยนต์ในเวอร์ชั่นที่ขายในประเทศไทยเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ 850 CC 43 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เป็นเครื่องคาร์บูเรเตอร์ เป็นเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมาก มีความคล่องตัวในเมืองสูงสุด ๆ วงเลี้ยวแคบ เข้าที่จอดได้สบาย ๆ ในปัจจุบันในตลาดมือสองยังพอมีขายอยู่บ้าง และมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบรถรุ่นนี้ ตั้งชมรมมาเพื่ออนุรักษ์รถยนต์รุ่นนี้อยู่มากมาย ดังนั้นเรื่องของอะไหล่และคำแนะนำการใช้งานยังมีอยู่อย่างแน่นอน โดย Daihatsu Mira มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 45,000 บาท*

สำหรับในประเทศไทยมีการผลิต Daihatsu Mira เวอร์ชั่นพิเศษออกมาด้วยในรูปแบบของรถกระบะ โดยใช้ชื่อว่า Mira P1 โดยวางขายตั้งแต่ปี 1991-1995 ซึ่งรถรุ่นนี้ทำให้ยอดขายของ Daihatsu Mira ในประเทศไทย เติบโตถึง 50% แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว เพราะราคาเริ่มต้นนั้นถูกตั้งไว้เพียง 175,000 บาทและมีการ Minor Change อยู่ 2-3 ครั้งตลอดอายุของรถ โดยส่วนมากจะเป็นการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้มีความทันสมัยขึ้น

Daihatsu Mira เจเนอเรชันที่ 3 เริ่มวางจำหน่ายในตลาดโลกในปี 1994 ส่วนในประเทศไทยนั้นเริ่มวางขายในปี 1995 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้มีเส้นสายโค้งมน ดูทันสมัยมากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ก็ได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ และมีเกียร์อัตโนมัติเข้ามาขายแล้ว

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หลังจากนั้น ด้วยพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 1997 ทำให้ Daihatsu หยุดทำตลาดในประเทศไทยไป ดังนั้นตั้งแต่เจเนอเรชันที่ 3 เป็นต้นไป รถยนต์ Daihatsu Mira จะถูกจัดจำหน่ายโดยผู้นำเข้าอิสระเพื่อคนที่ต้องการรถคันเล็กไว้ขับเก๋ ๆ อินดี้ ๆ แบบไม่สนใจเรื่องราคามากนัก โดยเจเนอเรชันที่ 3 คาดว่ามีในไทยประมาณ 200 คันเท่านั้น และในปัจจุบันก็ยังมีวางขายอยู่บ้างในตลาดมือสอง ส่วนเจเนอเรชันที่ 4-7 ก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก และน่าจะนำเข้ามาตามคำสั่งซื้อส่วนบุคคลมากกว่า

02
รถอเนกประสงค์ - MPV (Multi Purpose Vehicle)
Daihatsu Hi-Jet

Daihatsu Hi-Jet ถือว่าเป็นรถกระบะขนาดเล็กที่สร้างชื่อให้กับ Daihatsu อย่างมาก เพราะ Daihatsu คือผู้บุกเบิกรถกระบะขนาดเล็ก ที่มีเป้าหมายในการเจาะตลาดชาวนาชาวไร่ เจ้าของสวนเล็ก ๆ ที่จะขนของมาขายในเมือง หรือบรรดาธุรกิจ SME หรือ Start-Up ต่าง ๆ ที่อยากได้รถกระบะคันเล็ก ๆ ไว้ใช้งาน มีความทนทาน และคล่องตัวสูง สามารถขับไปตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ได้ สำหรับ Daihatsu Hi-Jet มือสอง ราคา 255,000 บาท

ไทยไม่ได้นำ Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชันที่ 1-3 เข้ามาจำหน่าย แต่โฉมที่เราน่าจะเคยได้เห็นผ่านตากันมาบ้างคือรถในเจเนอเรชันที่ 4-6 เพราะมันคือรถที่ถูกนำไปเปลี่ยนเป็นรถอีแต๋น วิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง โดยการนำเข้ารถเก่ามาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันรถเหล่านี้อาจจะยังสามารถพอเห็นได้บ้างในต่างจังหวัด

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 7-8 ผลิตในปี 1986 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเจเนอเรชันที่ 8 ในปี 1994 เริ่มมีผู้นำเข้าอิสระนำรถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถตู้ขนาดเล็กมากมาก โดยได้รับความนิยมมากพอสมควร ความโดดเด่นที่สุดของเจเนอเรชันนี้คือการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ แทนที่เครื่องยนต์ 3 สูบ พร้อมการออกแบบที่ดูทันสมัยมากขึ้น

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 9 เริ่มผลิตในปี 1999 เป็นรุ่นที่มีการจดประกอบในไทยเยอะมาก ด้วยรูปร่างที่โดดเด่น โดยเฉพาะรุ่น Hi-Jet Cargo ที่มีหน้าตาเก๋ไก๋ ด้วยหลังคาทรงสูง ง่ายต่อการขนส่งสินค้า เป็นการผสมผสานระหว่างรถกระบะ และรถแวนเข้าด้วยกัน โดยส่วนมากที่นำเข้ามาในประเทศไทยจะเป็นเครื่องยนต์ 659 CC พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเจเนอเรชันนี้ผลิตจนถึงปี 2004

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 10 มีการเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของรถตู้ขนาดเล็ก บริษัท Emperor Auto จึงตัดสินใจนำเข้า Daihatsu Hi-Jet Cargo เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในปี 2020 ซึ่งจุดเด่นคึอเป็นรถตู้ทึบ ที่สามารถใช้ส่งของเชิงพาณิชย์ และใช้เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลได้ในเวลาเดียวกัน มีรูปร่างหน้าตาที่ล้ำสมัย มีไฟหน้าแบบ LED และบานประตูสไลด์ทั้งซ้ายขวา

ส่วนเครื่องยนต์นั้นใช้เครื่องยนต์ 660 CC 53 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และระบบเบรค ABS ในราคาเริ่มต้นที่ 550,000 บาท นับเป็นอีกตัวเลือกที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สำหรับธุรกิจที่มีขนาดเล็ก

03
รถอเนกประสงค์ - SUV (Sport Utility Vehicle)
Daihatsu Terios

Daihatsu Terios รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่เปิดตัวในปี 1997 เป็นความพยายามของ Daihatsu ในการบุกตลาดรถอเนกประสงค์ มีลักษณะเป็นรถยกสูงสไตล์รถออฟโรด มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เรียกได้ว่าเป็นมินิออฟโรดเลยก็ว่าได้ สำหรับในประเทศไทยนั้น Daihatsu Terios มีวางจำหน่ายโดยเป็นการนำเข้าของผู้นำเข้าอิสระทั้งหมด ปัจจุบันในตลาดมือสองอาจจะพอมีรถรุ่นนี้วางจำหน่ายอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเต็มที เนื่องจากเป็นรถที่สนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม และมีราคาค่อนข้างสูง

บทสรุป Daihatsu

Daihatsu เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความน่าสนใจ ถ้าคุณกำลังมองหารถเล็ก ๆ ซักคันที่มีความอินดี้ ไม่เหมือนใคร และไม่ได้สนใจมากในเรื่องของการซ่อมที่อาจจะลำบากกว่ารถยี่ห้ออื่น ๆ เนื่องจากว่าอาจจะต้องอาศัยอู่นอกในการซ่อมบำรุงนั่นเอง

ถ้าคุณสามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดข้อนี้มาได้ คุณก็จะได้พบกับแบรนด์รถยนต์ที่มีความอินดี้สูง ผลิตรถที่มีความเฉพาะเจาะจง แต่ด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่ได้มาจากบริษัทแม่อย่าง Toyota ทำให้รถ Daihatsu เป็นรถที่ดี และได้รับการไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย และในปัจจุบันแบรนด์ของ Daihatsu ก็ยังเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียอีกด้วย

เรื่องสุดท้ายคือ ด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้ง่าย หรือ Simple Design ไม่ได้มีระบบอะไรซับซ้อน รวมกับห้องโดยสารที่เรียบง่าย ทำให้ Daihatsu ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เห็นได้จากรถอีแต๋นที่วิ่งอยู่ในบ้านเรา ที่ล้วนแล้วแต่เป็นยี่ห้อ Daihatsu ทั้งนั้น แค่นี้ก็เป็นเครื่องการันตีถึงความถึก ทนทาน ของ Daihatsu ได้อย่างแน่นอน

ติดต่อเรา

บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 4 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 1040002-119-5000[email protected]
Link to FacebookLink to TwitterLink to InstagramLink to Youtube

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

Link to AppStoreLink to Google Play StoreLink to Huawei store
© 2565 บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด