English translation for this page is currently unavailable. We are working on it, stay tuned!
menu-iconKaidee Auto แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย รถยนต์ No.1
chat
Copen
(2)
Mira
(2)
รุ่นอื่นๆ
(2)

ขายรถยนต์ ไดฮัทสุมือสอง Daihatsu มือสอง ทั่วประเทศ

(6)

Daihatsu

รถคันเล็ก แต่หัวใจไม่เคยเล็กตามตัว

สำหรับในประเทศไทยนั้น Daihatsu เคยเข้ามาทำตลาดในประเทศเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย แต่อย่างไรก็ตามในช่วงสามปีที่ผ่านมา มีข่าวหนาหูว่าทีม Daihatsu กำลังส่งคนมาสำรวจตลาดในประเทศไทย และอาจจะกลับเข้ามาทำตลาดในอีกเร็ววันนี้ ส่วน Daihatsu ที่ยังมีขายในประเทศไทยตอนนี้เป็นรุ่น Hi-Jet ที่นำเข้ามาโดยผู้นำเข้าอิสระ รวมถึงรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นอื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการรถเล็กแบบอินดี้ ๆ นั่นเอง

สรุปราคารถยนต์มือสอง Daihatsu

รุ่นราคามือสอง
Atrai
235,000
Hi-Jet
255,000
Mira
45,000
Terios
225,000
Charade
45,000
หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง

รถไฮไลท์ Daihatsu

เนื่องจากในปัจจุบัน ทาง Daihatsu ไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทยแล้ว ทำให้รถหลายรุ่นต้องซ่อมบำรุงที่ศูนย์นอก แต่แน่นอนว่าความโดดเด่นของแบรนด์นี้ก็ทำให้หลายคนยังตามหารถบางรุ่นของแบรนด์นี้อยู่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหาความอินดี้จากรถขนาดเล็ก หรือความอเนกประสงค์จากรถกระบะขนาดเล็ก

01

รถเก๋ง - Passenger Car

Daihatsu Mira

หรือที่เราเรียกกันว่า K-Car เป็นรถที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Daihatsu เป็นอย่างมาก เนื่องจากตอนที่ทางแบรนด์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยนั้น Daihatsu Mira เปรียบเสมือนกับผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนบริษัท และทำให้ Daihatsu เป็นที่รู้จักของคนไทย ในฐานะผู้ผลิตรถเล็กกะทัดรัด ขนาดจิ๋ว โดยตอนที่ Daihatsu Mira วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ยังไม่เคยมีรถที่มีขนาดเล็กเท่านี้ทำตลาดในไทยมาก่อนเลย พูดได้ว่าว่า Daihatsu Mira เป็น Eco car คันแรก ๆ ของประเทศไทยก็คงจะไม่ผิดนัก

สำหรับประเทศไทย Daihatsu Mira ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 1990 โดยเวอร์ชั่นที่นำเข้ามาจำหน่าย ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว โดยตัวถังมีขนาดเล็กกะทัดรัด มีความยาวเพียง 3 เมตรนิด ๆ ทุกอย่างถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย และประหยัดเป็นสำคัญ ภายในก็มีเพียงอุปกรณ์มาตรฐานติดมาให้ เรียกได้ว่าเป็นรถที่ใช้ขับอย่างเดียวนี่แหละ แต่ในความธรรมดานี้ ก็แฝงไปด้วยสเน่ห์ของมันอยู่

เครื่องยนต์ในเวอร์ชั่นที่ขายในประเทศไทยเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ 850 CC 43 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เป็นเครื่องคาร์บูเรเตอร์ เป็นเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมาก มีความคล่องตัวในเมืองสูงสุด ๆ วงเลี้ยวแคบ เข้าที่จอดได้สบาย ๆ ในปัจจุบันในตลาดมือสองยังพอมีขายอยู่บ้าง และมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบรถรุ่นนี้ ตั้งชมรมมาเพื่ออนุรักษ์รถยนต์รุ่นนี้อยู่มากมาย ดังนั้นเรื่องของอะไหล่และคำแนะนำการใช้งานยังมีอยู่อย่างแน่นอน โดย Daihatsu Mira มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 45,000 บาท*

สำหรับในประเทศไทยมีการผลิต Daihatsu Mira เวอร์ชั่นพิเศษออกมาด้วยในรูปแบบของรถกระบะ โดยใช้ชื่อว่า Mira P1 โดยวางขายตั้งแต่ปี 1991-1995 ซึ่งรถรุ่นนี้ทำให้ยอดขายของ Daihatsu Mira ในประเทศไทย เติบโตถึง 50% แบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว เพราะราคาเริ่มต้นนั้นถูกตั้งไว้เพียง 175,000 บาทและมีการ Minor Change อยู่ 2-3 ครั้งตลอดอายุของรถ โดยส่วนมากจะเป็นการเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้มีความทันสมัยขึ้น

Daihatsu Mira เจเนอเรชันที่ 3 เริ่มวางจำหน่ายในตลาดโลกในปี 1994 ส่วนในประเทศไทยนั้นเริ่มวางขายในปี 1995 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้มีเส้นสายโค้งมน ดูทันสมัยมากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ก็ได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ และมีเกียร์อัตโนมัติเข้ามาขายแล้ว

แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หลังจากนั้น ด้วยพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 1997 ทำให้ Daihatsu หยุดทำตลาดในประเทศไทยไป ดังนั้นตั้งแต่เจเนอเรชันที่ 3 เป็นต้นไป รถยนต์ Daihatsu Mira จะถูกจัดจำหน่ายโดยผู้นำเข้าอิสระเพื่อคนที่ต้องการรถคันเล็กไว้ขับเก๋ ๆ อินดี้ ๆ แบบไม่สนใจเรื่องราคามากนัก โดยเจเนอเรชันที่ 3 คาดว่ามีในไทยประมาณ 200 คันเท่านั้น และในปัจจุบันก็ยังมีวางขายอยู่บ้างในตลาดมือสอง ส่วนเจเนอเรชันที่ 4-7 ก็ยิ่งมีน้อยลงไปอีก และน่าจะนำเข้ามาตามคำสั่งซื้อส่วนบุคคลมากกว่า

02

รถอเนกประสงค์ - MPV (Multi Purpose Vehicle)

Daihatsu Hi-Jet

Daihatsu Hi-Jet ถือว่าเป็นรถกระบะขนาดเล็กที่สร้างชื่อให้กับ Daihatsu อย่างมาก เพราะ Daihatsu คือผู้บุกเบิกรถกระบะขนาดเล็ก ที่มีเป้าหมายในการเจาะตลาดชาวนาชาวไร่ เจ้าของสวนเล็ก ๆ ที่จะขนของมาขายในเมือง หรือบรรดาธุรกิจ SME หรือ Start-Up ต่าง ๆ ที่อยากได้รถกระบะคันเล็ก ๆ ไว้ใช้งาน มีความทนทาน และคล่องตัวสูง สามารถขับไปตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ได้ สำหรับ Daihatsu Hi-Jet มือสอง ราคา 255,000 บาท

ไทยไม่ได้นำ Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชันที่ 1-3 เข้ามาจำหน่าย แต่โฉมที่เราน่าจะเคยได้เห็นผ่านตากันมาบ้างคือรถในเจเนอเรชันที่ 4-6 เพราะมันคือรถที่ถูกนำไปเปลี่ยนเป็นรถอีแต๋น วิ่งกันเต็มบ้านเต็มเมือง โดยการนำเข้ารถเก่ามาจากประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันรถเหล่านี้อาจจะยังสามารถพอเห็นได้บ้างในต่างจังหวัด

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 7-8 ผลิตในปี 1986 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเจเนอเรชันที่ 8 ในปี 1994 เริ่มมีผู้นำเข้าอิสระนำรถรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถตู้ขนาดเล็กมากมาก โดยได้รับความนิยมมากพอสมควร ความโดดเด่นที่สุดของเจเนอเรชันนี้คือการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ แทนที่เครื่องยนต์ 3 สูบ พร้อมการออกแบบที่ดูทันสมัยมากขึ้น

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 9 เริ่มผลิตในปี 1999 เป็นรุ่นที่มีการจดประกอบในไทยเยอะมาก ด้วยรูปร่างที่โดดเด่น โดยเฉพาะรุ่น Hi-Jet Cargo ที่มีหน้าตาเก๋ไก๋ ด้วยหลังคาทรงสูง ง่ายต่อการขนส่งสินค้า เป็นการผสมผสานระหว่างรถกระบะ และรถแวนเข้าด้วยกัน โดยส่วนมากที่นำเข้ามาในประเทศไทยจะเป็นเครื่องยนต์ 659 CC พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเจเนอเรชันนี้ผลิตจนถึงปี 2004

Daihatsu Hi-Jet เจเนอเรชัน 10 มีการเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของรถตู้ขนาดเล็ก บริษัท Emperor Auto จึงตัดสินใจนำเข้า Daihatsu Hi-Jet Cargo เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในปี 2020 ซึ่งจุดเด่นคึอเป็นรถตู้ทึบ ที่สามารถใช้ส่งของเชิงพาณิชย์ และใช้เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลได้ในเวลาเดียวกัน มีรูปร่างหน้าตาที่ล้ำสมัย มีไฟหน้าแบบ LED และบานประตูสไลด์ทั้งซ้ายขวา

ส่วนเครื่องยนต์นั้นใช้เครื่องยนต์ 660 CC 53 แรงม้า มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และระบบเบรค ABS ในราคาเริ่มต้นที่ 550,000 บาท นับเป็นอีกตัวเลือกที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่ง สำหรับธุรกิจที่มีขนาดเล็ก

03

รถอเนกประสงค์ - SUV (Sport Utility Vehicle)

Daihatsu Terios

Daihatsu Terios รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กที่เปิดตัวในปี 1997 เป็นความพยายามของ Daihatsu ในการบุกตลาดรถอเนกประสงค์ มีลักษณะเป็นรถยกสูงสไตล์รถออฟโรด มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เรียกได้ว่าเป็นมินิออฟโรดเลยก็ว่าได้ สำหรับในประเทศไทยนั้น Daihatsu Terios มีวางจำหน่ายโดยเป็นการนำเข้าของผู้นำเข้าอิสระทั้งหมด ปัจจุบันในตลาดมือสองอาจจะพอมีรถรุ่นนี้วางจำหน่ายอยู่บ้าง แต่ก็น้อยเต็มที เนื่องจากเป็นรถที่สนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม และมีราคาค่อนข้างสูง

บทสรุป Daihatsu

Daihatsu เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความน่าสนใจ ถ้าคุณกำลังมองหารถเล็ก ๆ ซักคันที่มีความอินดี้ ไม่เหมือนใคร และไม่ได้สนใจมากในเรื่องของการซ่อมที่อาจจะลำบากกว่ารถยี่ห้ออื่น ๆ เนื่องจากว่าอาจจะต้องอาศัยอู่นอกในการซ่อมบำรุงนั่นเอง

ถ้าคุณสามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดข้อนี้มาได้ คุณก็จะได้พบกับแบรนด์รถยนต์ที่มีความอินดี้สูง ผลิตรถที่มีความเฉพาะเจาะจง แต่ด้วยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญที่ได้มาจากบริษัทแม่อย่าง Toyota ทำให้รถ Daihatsu เป็นรถที่ดี และได้รับการไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย และในปัจจุบันแบรนด์ของ Daihatsu ก็ยังเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียอีกด้วย

เรื่องสุดท้ายคือ ด้วยเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้ง่าย หรือ Simple Design ไม่ได้มีระบบอะไรซับซ้อน รวมกับห้องโดยสารที่เรียบง่าย ทำให้ Daihatsu ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เห็นได้จากรถอีแต๋นที่วิ่งอยู่ในบ้านเรา ที่ล้วนแล้วแต่เป็นยี่ห้อ Daihatsu ทั้งนั้น แค่นี้ก็เป็นเครื่องการันตีถึงความถึก ทนทาน ของ Daihatsu ได้อย่างแน่นอน

FAQ: คำถามพบบ่อย
รถยนต์ Daihatsu มือสองราคาถูกที่สุดเท่าไร ?
ราคารถยนต์ Daihatsu ประมาณเท่าไร?
รถยนต์ Daihatsu มือสองมีทั้งหมดกี่รุ่น ?
Kaidee Auto มีรถยนต์ Daihatsu มือสองทั้งหมดกี่คัน?

ติดต่อเรา

บริษัท เคดี มาร์เก็ตเพลส จำกัด (สำนักงานใหญ่)เลขที่ 554/117 อาคารสกายไนน์ เซ็นเตอร์ ชั้น 22 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 1040002-108-8531cs@kaidee.com
Link to FacebookLink to TwitterLink to InstagramLink to Youtube

บริษัทในเครือ

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

Link to AppStoreLink to Google Play Store
© 2568 บริษัท เคดี มาร์เก็ตเพลส จำกัด