Toyota Fortuner
รถยนต์ Toyota Fortuner ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2005 โดยรุ่นแรกใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ Toyota Hilux Vigo ซึ่งเน้นความแข็งแกร่งและความทนทาน ต่อมาในปี 2015 Fortuner ได้เปิดตัวเจเนอเรชันที่สองที่มีการปรับดีไซน์ภายนอกให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาช่วงล่างให้เหมาะสมกับการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น ในปี 2020 ได้มีการปรับโฉม (Facelift) และเพิ่มรุ่น Legender ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเยี่ยม พร้อมปรับการตกแต่งแบบสปอร์ตเต็มขั้น และในช่วงปี 2021–2023 Toyota ได้เพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่าง Toyota Safety Sense รวมถึงหน้าจอสัมผัสและระบบเชื่อมต่อที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่ยิ่งขึ้น
รุ่นรถยอดนิยมของ Toyota Fortuner มือสอง :
– Fortuner 2.8 Legender 4WD รถ SUV หรูที่มาพร้อมไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED ดีไซน์สปอร์ต ดุดัน ภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำสลับแดง เบาะหนังปรับไฟฟ้า พร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ครบครัน
– Fortuner 2.4 V 2WD AT รุ่นยอดนิยมที่ประหยัดน้ำมัน ราคาคุ้มค่า สามารถจับต้องได้ ด้วยดีไซน์ภายนอกเรียบหรู จึงมอบความรู้สึกเหนือระดับให้ผู้ขับขี่ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่เน้นใช้งานในเขตเมือง หรือเน้นใช้ในชีวิตประจำวัน
– Fortuner TRD Sportivo รุ่นพิเศษจาก Toyota ด้วยดีไซน์ที่ตกแต่งแบบสปอร์ตเต็มขั้น ที่ผสานไปกับความหรูหรา ดึงดูดทุกสายตา มาพร้อมกับช่วงล่างแข็งแกร่งที่ถูกปรับเซ็ตพิเศษให้ยึดเกาะพื้นถนนให้มั่นคงยิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นในการใช้งานประจำวัน และชื่นชอบรถที่ให้ความสปอร์ต ดุดัน แข็งแกร่ง ทนทานทุกการใช้งาน

Pros - จุดเด่น รถยนต์ Toyota Fortuner

เครื่องยนต์เร็วและแรง
กำลังเครื่องยนต์ของ Toyota Fortuner นั้นมีให้เลือก 2 ขนาดด้วยกันคือ 2.4 ลิตรและ 2.8 ลิตร ซึ่งทั้งสองความจุนั้นมีผลทำให้การขับขี่ตอบสนองได้เป็นอย่างดี โดยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรนั้น ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กำลังสูงสุด 150 แรงม้า(110 กิโลวัตต์) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที
ดีไซน์สปอร์ตสวยงาม
เรียกว่าหล่อเหลาทั้งภายนอกและภายในสำหรับ Toyota Fortuner โดยภายนอกมีการปรับปรุงรูปลักษ์ใหม่ให้มีความสปอร์ตและดุดันมากขึ้น ส่วนดีไซน์ภายในมีความหรูหราผสมผสานความโฉบเฉี่ยวได้อย่างน่าประทับใจ
ปลอดภัยมากกว่าเดิม
Toyota Fortuner รุ่นใหม่ๆ นั้นมาพร้อมระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันการลื่นไถล และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ Toyota Fortuner

สิ้นเปลืองน้ำมัน
แม้เครื่องยนต์จะแรงขึ้น แต่ด้วยความที่เป็นตัวถังรถยนต์ค่อนข้างใหญ่จึงมีการสิ้นเปลืองน้ำมันที่มากขึ้นด้วย
ค่าซ่อมภายในค่อนข้างแพง
เนื่องจากดีไซน์ของรถมีมิติสันนูนมากมาย ดังนั้น ในส่วนของการซ่อมสีจึงทำให้สม่ำเสมอยากกว่ารถทั่วไปที่มีพื้นผิวเรียบ จึงทำให้ราคาซ่อมแพงกว่า
สรุปราคามือสอง
Toyota Fortuner รถอเนกประสงค์ที่มีคนใช้งานเยอะ บำรุงรักษาง่าย ไม่จุกจิก อะไหล่หาได้ทั้งแบบแท้และเทียบตามท้องตลาดทั่วไป จึงครองใจคนใช้รถต่อเนื่อง ถ้าเป็นมือหนึ่งราคาแพงขึ้นทุกเจเนอเรชัน ไม่มีคำว่าถูกลงในรถที่รุ่นใหม่ขึ้น ตรรกะง่ายๆ ที่เข้าใจได้ของรถที่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเป็น Toyota Fortuner มือสอง รถค่อนข้างเป็นที่ต้องการทั้งจาก “คนขาย และ คนซื้อ” เมื่อมีดีมานด์เยอะ ราคาจึงไม่ตก แต่ลดหลั่นตามลำดับ เสมือนซื้อรถแล้วได้ลดจากป้ายแดง ประหยัดไปหลักแสน ซื้อง่าย - ขายคล่อง หากเป็น Toyota Fortuner ในตลาดมือสองมีหลายเกรด คนซื้อต้องมองรถออก ดูรถเป็น รู้จักรุ่นย่อย และที่สำคัญต้องทำการบ้านพอสมควร หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงรุ่นปี 2005
Toyota Fortuner เจเนอเรชัน 1 ปฐมฤกษ์ของสายการผลิตฟอร์จูนเนอร์ เปิดตัวพร้อมจำหน่ายในปี 2005 หน้าตาบึกบึน โครงสร้างยกมาจาก “ไฮลักซ์ วีโก้” แต่ภายในแตกต่างจนดูไม่ออกว่าเป็นร่างทรงเดิมของรถกระบะ คนไทยชอบ ตลาดโลกก็ให้การยอมรับ กลายเป็นรถรุ่น ขายดี ในเวลาอันรวดร็ว
ช่วงแรกมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ประเภท เบนซิน และ ดีเซล รวม 3 ความจุ คือ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร รหัส 2KD-FTV พลัง 144 แรงม้า, เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE ขุมพลัง 160 แรงม้า (เปิดตัวท้ายสุดโดยมี “แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ เน้นเจาะตลาดคนเมือง) และเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร รหัส 1KD-FTV VNT อัดแน่น 163 แรงม้า โดยมีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ เป็นทางเลือกในรุ่นย่อย นอกจากนี้ ลูกค้านิยมนำรถในเจนฯ นี้ไปติดแก๊สเพิ่มด้วย เพราะรถเบนซินค่อนข้างจะบริโภคน้ำมันในระดับนึง แต่ตัวรถก็มีสรรถนะที่ดีตามมาด้วยเช่นกัน ราคามือสองเริ่มต้นที่ 300,000 บาท
รุ่นปี 2008
เป็นตัวปรับโฉมที่มีการเปลี่ยนแปลงให้รถดูทันสมัยขึ้น สังเกตได้ชัดเจน คือ กระจังหน้าแบบตะแกรงขนาดใหญ่ เพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น เปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจ็คเตอร์ในรุ่นมาตรฐาน รวมไปถึงการออกรถตัวเวอร์ชัน TRD ก็เริ่มต้นที่โฉมนี้เช่นเดียวกัน โดยมีทางเลือกประเภทเครื่องยนต์ให้เท่าเดิม ราคามือสองเริ่มต้นที่ 380,000 บาท
รุ่นปี 2011
การปรับโฉมครั้งสุดท้ายของเจเนอเรชัน 1 และจำหน่ายยาวนานถึง 4 ปี ควบคู่ไปกับ ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ ดังนั้นในวงการจึงเรียกด้วยชื่อเล่นว่า “ฟอร์จูนเนอร์ หน้าแชมป์” และนับเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ สังเกตง่ายๆ กระจังหน้าเปลี่ยนใหม่ชัดเจน ดูทันสมัยขึ้น พร้อมฟังก์ชันอำนวนความสะดวกที่เริ่มมีระบบ Navigator เข้ามาในรุ่นท๊อป สำหรับโฉมนี้มีเวอร์ชันพิเศษ ฉลองโตโยต้าครบรอบ 50 ปีอีกด้วย แต่ยังคงทำตลาดด้วยทางเลือกเครื่องยนต์พิกัดเดิม ราคามือสองเริ่มต้นที่ 450,000 บาท
รุ่นปี 2015
Toyota Fortuner เจเนอเรชัน 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2015 โดยทางโตโยต้าเข้าใจความต้องการของตลาดเมืองไทยมาโดยตลอด และรถที่ดีไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อย แต่ถ้าจะต้องเปลี่ยนโฉมใหม่จริงๆ จนนำมาสู่การเปิดตัว All New Toyota Fortuner ภายใต้คอนเซ็ปต์ New legend of the pride นับเป็นการเปลี่ยนโฉมอย่างเป็นทางการ
รูปลักษณ์ภายนอกและภายในของฟอร์จูนเนอร์ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากไฮลักซ์ นับเป็นการเดินออกจากเงาของรถกระบะครั้งแรก มีความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ในแบบฉบับผู้นำมากขึ้น หน้าตาโฉบเฉี่ยว ดูเท่ห์ขึ้นอีกหลายเท่าตัว ฟังค์ชันภายในห้องโดยสารให้มาค่อนข้างครบ แต่ยังรักษาไว้ซึ่งดีเอ็นเอที่ยังสูบฉีดความเป็น PPV ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง โฉมนี้โดนวิพากษ์วิจารณ์มากเรื่องไฟหน้าที่พุ่งแยงตาของรถคันหน้า และต่อมาทาง Toyota ได้ปรับ Fortuner ให้ดีขึ้น
ด้านเครื่องยนต์ในช่วงแรกของเจเนอเรชันนี้ ทำตลาดด้วย 3 ทางเลือก คือ เบนซิน 4 สูบแถวเรียง 2.7 ลิตร 160 แรงม้า รหัส 2TR-FE (เลิกจำหน่ายในปี 2019), เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 2.4 ลิตร 150 แรงม้า รหัส 2GD-FTV และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง 2.8 ลิตร 177 แรงม้า รหัส 1GD-FTV ราคามือสองเริ่มต้นไม่นับว่าแพง เพียง 800,000 บาท
รุ่นปี 2020
หลังจากพาเจเนอเรชัน 2 ลากทำตลาดยาวนานถึง 5 ปี โตโยต้าตัดสินใจ Minor Change ครั้งสำคัญเมื่อกลางปีที่แล้ว (จังหวะดีในช่วงที่โควิด-19 มาพอดี !) โดยการปรับโฉมครั้งนี้ โตโยต้าอัปเกรดรถด้วยแนวทางการตลาดใหม่ รวมไปถึงดีไซน์ และออปชันแยกจากกันอย่างชัดเจน คือ รุ่นมาตรฐาน และ เพิ่มรุ่นพิเศษที่เรียกว่า Legender เข้าสู่ไลน์การผลิต
ทำให้ Toyota Fortuner มีทั้งหมด 7 รุ่นย่อย แบ่งเป็นมาตรฐาน 3 รุ่นย่อย กับ รุ่น Legender อีก 4 รุ่นย่อย นอกจากนี้ในการปรับโฉมปี 2020 ทุกรุ่นย่อยใช้เครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ไม่มีเบนซินเป็นทางเลือกเหมือนในอดีต สำหรับขุมพลังมีให้เลือก 2 พิกัด คือ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 2.4 ลิตร 150 แรงม้า (เท่าเดิม) และ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง 2.8 ลิตร 204 แรงม้า เป็นการอัปเกรดเครื่องบล็อกเดิมให้มีกำลังที่แรงขึ้น ราคามือสองยังแรงอยู่ แต่ก็ถูกกว่ามือหนึ่งค่อนข้างเยอะ เริ่มต้น 1,200,000 บาท
Toyota Fortuner เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน
บทสรุป Toyota Fortuner
Toyota Fortuner มือสอง ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุดในตลาดรถ SUV เนื่องจากตัวรถมีความแข็งแรง สมรรถนะดีเยี่ยม สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการเดินทางในเมือง การเดินทางระยะใกล้-ไกล รวมถึงการลุยในเส้นทางสมบุกสมบัน Fortuner มือสองจึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหารถใช้ที่คุ้มค่า หรือผู้ที่มองหารถสำหรับครอบครัวที่ให้ทั้งความหรูหราที่เหนือระดับ อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือในตัวแบรนด์ สามารถราคาขายต่อได้ราคาสูง และมีศูนย์บริการทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ Fortuner ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดมือสอง
Toyota Fortuner เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีครอบครัวและต้องการรถยนต์ที่รองรับผู้โดยสาร 7 คน หรือผู้ที่ชื่นชอบรถที่มีพื้นที่กว้างขวางภายใน
- นักเดินทางที่ชอบออกทริปต่างจังหวัด สายลุยทุกสภาพเส้นทาง ทั้งทางเรียบหรือทางลาดชัน
- ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ขับขี่ที่ต้องการรถช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดี เหนือระดับ สมรรถนะครบครัน
- ผู้ที่ต้องการรถราคาสมเหตุสมผลในตลาดมือสอง แต่ยังคงความใหม่และมีฟีเจอร์ทันสมัย คุ้มค่าต่อการลงทุน ราคาขายต่อดี



























