Honda BR-V
Honda BR-V รถ MPV แบบ 3 แถว 7 ที่นั่งที่ทาง Honda รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตลาดชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ด้วยความร่วมมือกันระหว่างวิศวกรชาวไทยและชาวญี่ปุ่นที่ศูนย์ Honda R&D ในประเทศไทย เช่นเดียวกันกับ Honda Brio และ Brio Amaze
Honda BR-V เป็นการนำรถ Crossover 7 ที่นั่งอย่าง Honda Mobilio มายกตัวรถให้สูงขึ้น BR-V ย่อมาจาก Bold Runabout Vehicle ซึ่งหมายความว่ารถที่มีความโดดเด่น ใช้งานได้หลากหลาย มีคล่องตัวสูง โดยทาง Honda กล่าวไว้ว่ารถยนต์คันนี้ มีกลุ่มลูกค้าคือเป็นคนที่คิดนอกกรอบ รักการผจญภัย และอาจจะมีครอบครัวแล้ว มีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง และชอบทำกิจกรรมตลอดเวลา
Honda BR-V เปิดตัวในเดือนมกราคม 2016 และกวาดยอดจองไปได้กว่า 3000 คัน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จพอตัว โดยตัวรถนั้นมีความกว้าง ยาว สูงกว่า Honda Mobilio เล็กน้อย ทำให้ตำแหน่งคนขับอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นอย่างมาก
ภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบมาใหม่ทั้งหมด โดยดูมีความพรีเมี่ยม หรูหรามากกว่า Honda Mobilio ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ถูกใส่เข้ามาอย่างจัดเต็ม เพื่อความสะดวกสบาย และที่สำคัญคือความอเนกประสงค์ของห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ และมีที่ว่างเก็บสัมภาระได้มากมาย

Pros - จุดเด่น รถยนต์ Honda BR-V

ตัวถังสูงโปร่ง พร้อมเบาะนั่ง 7 ที่นั่งแบบจัดเต็ม
Honda BR-V เป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ให้เบาะนั่งครบทั้ง 3 แถว รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 คน โดยที่ยังคงความกว้างขวางของห้องโดยสารไว้อย่างดี ตัวรถมีความสูงจากพื้นในระดับที่เหมาะสม ไม่เตี้ยเกินไปจนเข้า-ออกยาก และไม่สูงเกินไปจนต้องปีนขึ้น ส่งผลให้ใช้งานได้คล่องตัวทั้งสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้โดยสารทั่วไป เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการรถคันเดียวตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต
ขับขี่นุ่มนวลด้วยระบบเกียร์ CVT
ระบบส่งกำลังของ BR-V ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน การเปลี่ยนอัตราทดต่อเนื่องช่วยลดอาการกระตุกขณะขับขี่ อีกทั้งยังให้การตอบสนองที่ดีในรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ต้องเบรกและออกตัวบ่อย ๆ และเมื่อวิ่งทางไกลก็ให้ความรู้สึกเรียบลื่นไม่มีสะดุด
ราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ให้มา
หากมองในแง่ของความคุ้มค่า BR-V ถือว่ามีราคาเริ่มต้นที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคในกลุ่ม SUV 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดที่บางรุ่นมีราคาสูงกว่า แต่ไม่ได้ให้ฟีเจอร์ที่แตกต่างกันมากนัก ฟีเจอร์ความปลอดภัยพื้นฐานและความสะดวกสบายก็จัดมาให้ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งระบบ Honda SENSING (ในบางรุ่นย่อย), กล้องหลัง, เบรก ABS และระบบช่วยทรงตัว
ศูนย์บริการเยอะ อะไหล่หาง่าย ขายต่อง่าย
ด้วยความที่เป็นแบรนด์ Honda ซึ่งเป็นที่นิยมในไทยมายาวนาน ทำให้เจ้าของรถมั่นใจได้เรื่องการเข้าศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงราคาค่าอะไหล่ที่ไม่แรงเกินไป และมีทางเลือกทั้งของแท้และเทียบ นอกจากนี้ ตลาดรถมือสองยังให้การยอมรับ BR-V อยู่ในระดับที่ดี หากดูแลรักษารถให้ดี มีโอกาสขายต่อในราคาที่คุ้มค่า

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ Honda BR-V

อัตราเร่งอาจไม่ทันใจเมื่อบรรทุกเต็ม
แม้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรของ BR-V จะเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่เมื่อรถบรรทุกผู้โดยสารครบ 7 คนหรือขนสัมภาระเต็มคัน อัตราเร่งอาจดูช้ากว่าที่คาดไว้ในบางจังหวะ โดยเฉพาะการแซงบนทางด่วนหรือขึ้นเขา ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ผู้ใช้ควรทราบหากมีแผนใช้งานแบบเดินทางไกลเป็นประจำ
ช่วงล่างและความเงียบอาจไม่เทียบเท่ารถยุโรป
ช่วงล่างของ BR-V แม้จะให้ความนุ่มนวลในระดับหนึ่ง แต่เมื่อขับผ่านถนนขรุขระหรือหลุมบ่อใหญ่ ๆ ยังอาจสัมผัสได้ถึงแรงสะเทือนพอสมควร รวมถึงห้องโดยสารที่ไม่ได้เก็บเสียงเงียบสนิทนัก หากขับในความเร็วสูงจะเริ่มได้ยินเสียงลมและเสียงยางพอสมควร
วัสดุภายในยังดูเรียบ ไม่หรูหรามากนัก
งานตกแต่งภายในของ BR-V ยังอยู่ในระดับกลาง ไม่ได้เน้นความหรูหราหรือพรีเมียมเท่ากับรถในกลุ่ม SUV ราคาสูงกว่า วัสดุส่วนใหญ่เป็นพลาสติกแข็งและตกแต่งในโทนเรียบง่าย จึงอาจไม่ถูกใจผู้ที่คาดหวังความรู้สึก “พรีเมียม” ในทุกสัมผัส
ฟีเจอร์บางอย่างมีเฉพาะในรุ่นบนสุดเท่านั้น
แม้ BR-V จะมีระบบความปลอดภัยที่ดี แต่หลายฟีเจอร์เช่น Honda SENSING, กล้องมุมอับสายตา หรือระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ จะมีเฉพาะในรุ่นย่อยบนเท่านั้น ซึ่งหากเลือกรุ่นเริ่มต้นอาจไม่ได้ฟังก์ชันเหล่านี้ ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบรายละเอียดแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจ
สรุปราคามือสอง
ในตลาดรถมือสองนั้น ถือว่า Honda BR-V เป็นรถที่มีคัวเลือกค่อนข้างมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 400,000 นิด ๆ ไปจนถึง 600,000 ต้น ๆ สำหรับรถที่มีเลขไมล์น้อย สิ่งที่ลูกค้าควรทำการตัดสินใจก่อนคือเลือกรุ่นให้ดีว่าจะซื้อรุ่นแบบ 5 ที่นั่ง หรือรุ่นแบบ 7 ที่นั่ง เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่าตามความต้องการจริง ๆ ในแง่การดูแลรักษา ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่ เพราะ Honda BR‑V ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับ Honda Jazz และ Honda City ทำให้การหาอะไหล่แท้หรืออะไหล่เทียบในประเทศไทยทำได้ง่ายและมีราคาที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับรถบางรุ่นในกลุ่ม SUV หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงรุ่นปี 2016
ถ้าจะให้มอง Honda BR-V จริงๆแล้ว ต้องบอกว่าเป็นรถที่ไม่ได้มีคู่แข่งโดยตรง เพราะเป็นรถกึ่ง MPV และ SUV Crossover เรียกได้ว่าเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการที่เก็บสัมภาระเยอะ ต้องการขนผู้โดยสารมากมากในบางครั้ง โดยใช้ประโยชน์จากที่นั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง และต้องการรถที่สามารถ “ลุย” ได้
ห้องโดยสารภายใน และที่นั่งถูกออกแบบมาให้พับเก็บได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอย และที่สำคัญคือบริเวณหน้าปัด ที่แตกต่างจาก Honda Mobilio โดยการนำแผงหน้าปัดมาจาก Honda City มีมาตรวัดใหม่ และจอแสดงผลแบบใหม่ที่ดูสวยงาม ล้ำสมัย และมาพร้อมกับเบาะหนังในทุกรุ่น
ส่วนอัตราการเร่งก็ถือว่าเป็นรถที่ใช้งานได้อย่างคล่องตัว ขับขี่แซงได้อย่างมั่นใจ และมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัว หรือ VSA ในทุกรุ่น รวมถึงระบบเบรค ABS ระบบกระจายแรงเบรค และระบบการช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ตอบโจทย์คนรักการผจญภัยได้อย่างครบถ้วน ตบท้ายด้วยตัวถังแบบ G-CON ที่ช่วยกระจายแรงปะทะ ในกรณีที่รถเกิดการชน
ขุมพลังของ BR-V เป็นเครื่องรุ่นเดียวกับ Honda Jazz ความจุ 1500 CC 4 สูบ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน i-VTEC เอกสิทธ์เฉพาะของ Honda และที่สำคัญคือรองรับน้ำมัน E85 ทุกรุ่น โดยจะมีวางจำหน่ายเพียงแค่เกียร์อัตโนมัติเท่านั้น
สำหรับ Honda BR-V มีวางจำหน่ายสองรุ่นย่อยด้วยกันได้แก่รุ่น V ซึ่งจะมี 5 ที่นั่ง และรุ่น SV ซึ่งจะมี 7 ที่นั่ง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้านั่นเอง
ในปี 2019 Honda ได้มีการเผยโฉม BR-V Minor Change ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกยังคงความเป็นรถ MPV ผสม Crossover ที่ดูลุยๆ เพียงแต่มีการปรับแต่งกระจังหน้าให้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น รวมถึงกันชนหน้าหลังใหม่ และไฟหน้าแบบ LED
รุ่นปี 2018
แม้ยังอยู่ในโฉมเดิม แต่รุ่นปี 2018 มีการปรับดีไซน์เล็กน้อย เช่น ล้อแม็กใหม่ ไฟหน้าโครเมียม และอุปกรณ์ภายในเพิ่มเติมในรุ่น SV เช่นหน้าจอสัมผัส กล้องถอยหลัง และแอร์แยกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ความนิยมในตลาดดีขึ้นจากความคุ้มค่า และความทนทานของเครื่องยนต์ที่ยังคงเป็นขุมพลังเดิมแบบ i-VTEC 1.5 ลิตร ผนวกกับประสบการณ์การใช้งานจากผู้ใช้จริงที่ให้ผลตอบรับในแง่บวก ทำให้รุ่นนี้ยังเป็นที่ต้องการในตลาด ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ 389,000 บาท
รุ่นปี 2019
ปีนี้ถือเป็นช่วงปรับโฉม (Facelift) ที่มีความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เช่น กันชนหน้า-หลังใหม่ ไฟหน้าโปรเจกเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งแบบทูโทน เบาะนั่งหุ้มหนังเดินด้ายแดงเฉพาะรุ่น SV แม้เครื่องยนต์ยังคงเดิม แต่ภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตขึ้น ทำให้ปี 2019 เป็นปีที่นิยมในตลาดมือสองอย่างมาก ราคาปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 449,000 บาท
รุ่นปี 2021
รุ่นปี 2021 เป็นช่วงปลายของโฉมแรก โดยมีเฉพาะรุ่น SV ที่ได้รับการจัดอุปกรณ์มาให้แบบเต็มพิกัด ทั้งระบบสตาร์ตรถด้วยรีโมท กล้องมองหลัง จอสัมผัส พร้อมเบาะนั่ง 3 แถวแบบพับราบ ขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร CVT เหมือนเดิม แต่ได้อายุรถที่ยังใหม่ และไมล์น้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า จึงมักเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อที่ต้องการรถมือสองอายุไม่เกิน 3-4 ปี สภาพดี ใช้งานยาว ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ 444,000 บาท
รุ่นปี 2022
เป็นการเปลี่ยนโฉมเข้าสู่เจเนอเรชันใหม่เต็มรูปแบบ (All-New BR-V) เปิดตัวในไทยช่วงปลายปี 2022 โดยใช้เครื่องยนต์ใหม่แบบ DOHC i-VTEC 1.5 ลิตร ให้กำลัง 121 แรงม้า พร้อมเกียร์ CVT รุ่น EL มาพร้อม Honda SENSING เต็มระบบ ดีไซน์ภายนอกเปลี่ยนใหม่หมด ภายในหรูขึ้น เบาะ 3 แถวแยกอิสระและพับได้หลากหลาย ขนาดตัวรถใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เพิ่มความสบายในการโดยสาร ปัจจุบันเริ่มมีเข้าสู่ตลาดรถมือสองบ้างแล้ว ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ 504,000 บาท
Honda BR-V เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน
บทสรุป Honda BR-V
Honda BR-V รุ่นล่าสุดในปัจจุบัน ยังคงรักษาจุดแข็งในฐานะรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้าง ระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ไปจนถึงเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC ที่แม้จะไม่ได้เน้นความแรงเป็นหลัก แต่ให้ความเสถียรและประหยัดเชื้อเพลิงในระดับที่น่าพอใจ
ด้วยราคาที่อยู่ในช่วงที่เอื้อมถึง เมื่อเทียบกับรถ SUV 7 ที่นั่งรุ่นอื่น ๆ Honda BR-V จึงยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถคันเดียวที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล แม้จะมีข้อจำกัดบางด้าน เช่น อัตราเร่งเมื่อบรรทุกหนัก หรือวัสดุภายในที่ไม่ได้หรูหรานัก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับสมเหตุสมผลเมื่อมองในภาพรวม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV มือสองที่ใช้งานได้จริง รองรับคนได้หลายที่นั่ง ดูแลง่าย และมีภาพลักษณ์ที่เชื่อถือได้ Honda BR-V คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรอยู่ในลิสต์พิจารณาอย่างไม่ต้องสงสัย



























