menu-iconKaidee Auto แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย รถยนต์ No.1
chat

ขายรถยนต์ BMW Series 5 มือสอง ทั่วประเทศ

(192)
BMW Series 5
รถยนต์สุดพรีเมียม หรูหรามีระดับ ทรงพลังทุกการขับเคลื่อน

BMW Series 5 รถยนต์ซีดานพรีเมียมขนาดกลาง ที่มาพร้อมความหรูหรารอบคัน โดย BMW ได้เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1972 ขึ้นสายการผลิตต่อจาก New Class โดยวางเป้าให้เป็นรถซีดานขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกทรงพลัง ผสมความสปอร์ต และยังแอบซ่อนความหรูหราไว้บนตัวรถได้อย่างลงตัว

อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ มีเครื่องยนต์สมรรถนะสูงวางหน้าตามแนวยาว ความจุขนาดใหญ่ และช่วงล่างที่ถูกจัดวางไว้อย่างซับซ้อน ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปในยุคสมัยนั้น และได้กลายเป็นสูตรคลาสสิกของค่ายใบพัดฟ้าขาว ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล และใช้งานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

สรุปราคามือสอง

BMW Series 5 คือหนึ่งในรุ่นรถของค่ายใบพัดฟ้าขาวที่มีฐานแฟนคลับมากมาย ไล่ไปตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคน ไปจนถึงวัยเกษียณ ราคามือสองในท้องตลาดจึงกว้างมากๆ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยากจะครอบครองไว้เป็นรถยนต์คันแรกของตัวเอง หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง
รุ่นปีราคา
1972
55,000
1981
165,000
1988
120,000
1995
229,000
2004
679,000
2011
829,000
2016
2,199,000

รุ่นปี 1972

Series 5 โฉมแรกมีชื่อเรียกตามรหัสตัวถังว่า E12 มีจุดเด่นคือตัวถังทรงแบนและผอมยาว มีกระจกหน้าต่างบานกว้าง และแนวขอบหน้าต่างต่ำ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ปลอดโปร่ง

ในเรื่องของการออกแบบดีไซน์ตัวรถนั้นต้องบอกเลยว่านี่คือต้นแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของค่าย BMW ที่ได้นำไปสานต่อใช้กับรถยนต์รุ่นอื่นๆ เรื่อยมา อีกหนึ่งจุดขายที่โดดเด่นเลยก็คือระบบความปลอดภัยของห้องโดยสาร เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบในเรื่องของการรองรับแรงกระแทกของโครงสร้างตัวถังรถยนต์

รุ่นปี 1981

จากความสำเร็จของรหัส E12 ทางค่าย BMW ตัดสินใจคงรูปลักษณ์การดีไซน์ภายนอกของตัวรถเอาไว้แบบเดิม มีการปรับปรุงด้านหน้าเล็กน้อยที่โคมไฟเล็กเพื่อเพิ่มความทันสมัย กันชนเป็นแผ่นยางหนาโอบล้อมมาถึงด้านข้าง ส่วนไฟท้ายถูกขยายให้เป็นขนาด 4 เหลี่ยมผืนผ้า

พร้อมเพิ่มระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น เบรก ABS, คอมพิวเตอร์ On-board และระบบควบคุมหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ใส่เข้ามาเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งในปี 1983 เปิดตัว 524td ที่ถูกวางเครื่องยนต์ดีเซลเป็นครั้งแรก เนื่องจากในตลาดตอนนั้นกำลังเป็นที่นิยม หลังจากนั้นปี 1984 ก็ปล่อยของแรงอย่าง M5 เครื่องหกสูบแถวเรียงรหัส S38 นับว่าเป็นรถตระกูล M จากโรงงานรุ่นแรกของ Series 5 อีกด้วย

รุ่นปี 1988

BMW ได้เปิดตัว Series 5 รหัส E34 ที่มีดีไซน์ภายนอกคล้ายกับซีรีส์ 7 รหัส E32 ยิ่งตอกย้ำความเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งทำให้ได้รับตำแหน่งรถหรูที่ทนทานมากที่สุดจาก Intellinchoice ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัย เบรค ABS 4 ล้อ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และระบบป้องกันการลื่นไหลที่ได้นำมาใช้เป็นครั้งแรก จึงเรียกได้ว่านี่คือรถที่ถูกการันตีในเรื่องของความปลอดภัยมากที่สุดแห่งยุค

รุ่นปี 1995

จากนั้นก็เป็นคิวของ Series 5 รหัส E39 ถูกเปิดตัวขึ้นในงานแฟรงค์เฟิร์ตมอเตอร์โชว์ปี 1995 มีดีไซน์การออกแบบที่แตกต่างไปจาก E34 ด้วยรูปทรงที่มีความสปอร์ต เส้นสายโค้งมนดูทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่การเปลี่ยนมาใช้ไฟหรี่แบบวงแหวน หรือที่เรียกกันว่า Angel Eyes เป็นครั้งแรก

และหลังจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของ BMW มาจนถึงทุกวันนี้ โดยยอดขายของ E39 นั้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยตัวเลข 1.47 ล้านคันทั่วโลก ก่อนที่จะยุติการผลิตในปี 2004 และยังได้รับการขนานนามว่านี่คือ Series 5 ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

รุ่นปี 2004

ผลงานการออกแบบ Series 5 รหัส E60 ของปรมาจารย์ด้านการออกแบบรถยนต์ระดับโลก “คริส แบงเกิล - Chris Bangle” ที่ต้องการสร้างแนวทางใหม่ เพื่อมุ่งสู่อนาคตให้กับ BMW ชูจุดเด่นในเรื่องของการขึ้นรูปตัวถังรถแบบ 3 มิติ ส่งผลให้ส่วนเว้าส่วนโค้งนูนนั้นมีหลายมิติมากขึ้นจากเหล็กแค่เพียงแผ่นเดียว

เหตุนี้เองจึงเกิดการโต้เถียงในสังคมจากสาวกที่ชื่นชอบในดีไซน์ของรถแบบดั้งเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลงานของ Chris Bangle ก็ได้ประจักษ์และถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบรถยนต์ของ BMW เรื่อยมา

รุ่นปี 2011

Series 5 เจเนอเรชันที่ 6 รหัสตัวถัง F10 ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของซีรีส์ 7 รหัส F01 งานดีไซน์ถูกปรับลดโทนลงมาจากงานดีไซน์แบบอินดี้ที่ล้ำหน้า (เกินไป) ของพ่อมด Chris Bangle ทำให้นึกถึงเอกลักษณ์งานออกแบบจากยุคก่อนที่เหล่าสาวกชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก ในส่วนด้านหน้าถูกปรับองศาให้ตั้งชัน และแยกห่างออกจากกัน ส่วนท้ายถูกปรับให้มีความโค้งมนมากกว่าเดิม

แต่ก็ยังถูกวิจารณ์ในเรื่องของรถที่ดูจืด และมีความคล้ายกับซีรีส์ 3 รหัส E90 มากจนเกินไป บ้างก็มีประแสวิจารณ์ว่า BMW กำลังกลับเข้าสู่ยุคอนุรักษ์นิยม ที่งานทุกชิ้นได้ทุกครอบไว้ด้วยกรอบ ซึ่งไม่มีวันก้าวข้ามออกมาได้เหมือนกับยุคของ Bangle

รุ่นปี 2016

และก็มาถึง Series 5 เจเนอเรชันที่ 7 มีการเปลี่ยนแปลงตัวอักษรนำหน้ารหัสตัวถังเป็นตัว G โดยรุ่นล่าสุดใช้รหัส G30 ใช้งานดีไซน์ตัวถังในแบบ BMW ยุคหลังปี 2015 ทั้งไฟหน้า DRL ที่เปลี่ยนให้โคมไฟหน้าขยายขึ้นไปจรดกับกระจังหน้า มีช่องระบายอากาศ Air Breathers แต่สิ่งที่โดดเด่นสำหรับซีรีส์นี้คือการอัดแน่นเทคโนโลยีบวกกับการพัฒนาศาสตร์การลดน้ำหนักของตัวรถทั้งคัน รวมไปถึงระบบความปลอดภัยที่ทาง BMW ยังคงให้ความสำคัญมากที่สุด

BMW Series 5 เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน

รุ่นปี 1972 (E12)
เครื่องยนต์
2.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
115*
รุ่นปี 1981 (E28)
เครื่องยนต์
3.5 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
288*
รุ่นปี 1988 (E34)
เครื่องยนต์
2.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
190*
รุ่นปี 1995 (E39)
เครื่องยนต์
2.5 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
170*
รุ่นปี 2004 (E60)
เครื่องยนต์
3.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
306*
รุ่นปี 2011 (F10)
เครื่องยนต์
3.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
306*
รุ่นปี 2016 (G30)
เครื่องยนต์
2.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
184*

บทสรุป BMW Series 5

BMW Series 5 เปรียบเสมือนผู้นำยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มีความรู้ ความมั่นใจ และการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอย้่างชาญฉลาด แต่ก็ยังไม่ทิ้งจิตวิญญาณความสปอร์ตและท้าทายของตัวเอง รถคันนนี้ถูกออกแบบมาอย่างปราณีตในทุกมิติ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยรวมไว้ด้วยกัน แค่คุณได้ทดลองขับ รับรองว่า Series 5 จะมอบประสบการณ์บางอย่างให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

ติดตามเรา

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

© 2565 บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด