English translation for this page is currently unavailable. We are working on it, stay tuned!
menu-iconKaidee Auto แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย รถยนต์ No.1
chat

ขายรถยนต์ BMW Series 7 มือสอง ทั่วประเทศ

(32)
12
BMW Series 7
นวัตกรรมยานยนต์ที่อันเป็นที่สุดแห่งความหรูหรา

BMW 7 Series เป็นรถซีดานหรู ผลิตโดย BMW ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1977 ซึ่งเป็นรุ่นต่อจาก BMW E3 "New Six" Sedan และปัจจุบันอยู่ในรุ่นที่หก ซีรีส์ 7 เป็นรถยนต์เรือธงของ BMW และมีเฉพาะในรถเก๋งเท่านั้น (รวมถึงรุ่นฐานล้อยาวและรถลีมูซีน) โดยในรุ่นแรกนั้นจะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หกสูบ โดยเพิ่มเครื่องยนต์ V12 ในปี 1987 ตั้งแต่รุ่นที่สอง (เปิดตัวในปี 1994) รุ่น 7 Series ทั้งหมดได้ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นตัวเลือกเสริม ซีรีส์ 7 รุ่นปัจจุบัน (G11/G12) เปิดตัวในปี 2015 มีจำหน่ายในเครื่องยนต์ V8 แบบเทอร์โบชาร์จหรือ V12 แบบเทอร์โบชาร์จ

รถยนต์รุ่นนี้การตกแต่งภายในที่หรูหราและกว้างขวางซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการบรรยากาศการเดินทางสุดหรูหรา เบาะนั่งสะดวกสบายและรองรับได้กับทุกสรีระ ห้องโดยสารเงียบสงบและมีฉนวนป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี แผงหน้าปัดและคอนโซลตรงกลางเรียบหรู สะอาดตา และไม่เกะกะ วัสดุภายในที่ใช้ตกแต่งก็เลือกใช้คุณภาพระดับพรีเมียม ทนทาน ใช้งานได้นาน

บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7 มาพร้อมกับคุณสมบัติทางเทคโนโลยีที่หลากหลายเป็นมาตรฐาน รวมถึงหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ การชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย และระบบเสียง 16 ลำโพง พร้อมทั้งฟังก์ชั่นเสริมอันได้แก่ กล้องมองภาพกลางคืน และเบาะนั่งด้านหน้าที่ติดตั้งระบบนวด

BMW 7 Series เป็นรถเก๋งขนาดใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ภายในจะมีพื้นที่กว้างขวาง แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือการออกแบบภายในนั้นดีเพียงใดและคุณสมบัติที่ได้มาตรฐานมีมากมายเพียงใด หากคุณกำลังมองหารถเก๋งหรูหราที่มีการตกแต่งภายในที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างดี 7 Series ก็เป็นอีกรุ่นที่แนะนำ

การออกแบบภายนอกของ BMW Series 7 โดยรวมมีความสปอร์ตและดุดันเพิ่มมากขึ้น ส่วนหน้ามีกันชนที่ปรับปรุงใหม่พร้อมไฟตัดหมอกในตัว ในขณะที่ส่วนหลังติดตั้งกันชนใหม่พร้อมปลายท่อไอเสียแบบสี่ทิศทาง เสริมความเท่ด้วยล้ออัลลอยด์ใหม่ สวยสะดุดตาทุกมุมอง

สเปกของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

  • ระยะฐานล้อ 122.5 นิ้ว (3,113 มม.)
  • ความยาว 203.3 นิ้ว (5,160 มม.)
  • ความกว้าง 74.9 นิ้ว (1,905 มม.)
  • ความสูง 58.3 นิ้ว (1,480 มม.)
  • เครื่องยนต์ 4.4 ลิตร V8 / 5.0 ลิตร V8 / 6.0 ลิตร V12
  • ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 6 สปีด / อัตโนมัติ 8 สปีด

ข้อดีและข้อเสียของ BMW Series 7

ข้อดี

  • คุณสมบัติด้านการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชั่นมาตรฐานมากมาย
  • เครื่องยนต์ที่ทรงพลังแต่นุ่มนวล มอบบรรยากาศการขับขี่ที่สะดวกสบาย
  • ภายในกว้างขวางและออกแบบมาอย่างดี
  • ให้ความรู้สึกหรูหราและมีสไตล์มาก

ข้อเสีย

  • มีราคาสูงมาก
  • มีขนาดใหญ่และหนัก ทำให้เคลื่อนที่ในพื้นที่แคบได้ยาก
  • ประหยัดน้ำมันไม่มาก เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ที่คุณสมบัติใกล้เคียงกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BMW Series 7

Q: ฉันกำลังวางแผนที่จะซื้อ BMW Series 7 อะไรคือความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง 7 Series และ 5 Series?

A: ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างซีรีส์ 7 และซีรีส์ 5 คือซีรีส์ 7 เป็นซีดานหรูขนาดเต็ม ขณะที่ซีรีส์ 5 เป็นซีดานหรูขนาดกลาง ส่วนในเรื่องราคา รถในรุ่น Series 7 ก็จะมีราคาสูงกว่า

Q: BMW Series 7 ราคาเริ่มต้นเท่าไร?

A: ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 6.099 ล้านบาท

Q: BMW 740i และ BMW 740i xDrive แตกต่างกันอย่างไร?

A: BMW 740i เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ขณะที่ BMW 740i xDrive เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Q: BMW 750i และ BMW 750i xDrive แตกต่างกันอย่างไร?

A: BMW 750i เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังในขณะที่ BMW 750i xDrive เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ

Pros - จุดเด่น รถยนต์ BMW Series 7
1
ช่วงล่างดีเยี่ยม

BMW X7 เป็นรถอเนกประสงค์เน้นการเดินทาง ดังนั้นช่วงล่างจึงดีเยี่ยม โดยมาพร้อมเทคโนโลยีถุงลมปรับอัตโนมัติ Adaptive 2- Axle ที่รองรับแรงกระแทก และ ช่วยในการทรงตัว อีกทั้งยังมากับระบบ Executive Drive Pro ที่ลดการโอนเอนของรถแม้จะขับในพื้นขรุขระ

2
มากับเทคโนโลยีทันสมัย

โดดเด่นด้วยหน้าปัดเรือนไมล์ทรงโค้ง 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับจอกลาง 14.9 นิ้ว ขนาดใหญ่ ใช้งานง่าย ส่วนไฮไลท์จะอยู่ที่ BMW Interaction BAR ที่มาในรูปแบบบาร์ แนวนอน ยาวตลอดห้องโดยสาร และนอกจากบาร์ดังกล่าวจะเป็น Ambient Light แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นระบบควบคุมมัลติฟังก์ชั่นล้ำสมัยอีกด้วย

3
ความพรีเมี่ยมของห้องโดยสาร

วัสดุที่ใช้ตกแต่งห้องโดยสารเป็นวัสดุพรีเมี่ยม เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Merino สามารถปรับเข้ากับสรีระ รองรับเอว และ หลังของผู้ขับได้ดี ในส่วนของเบาะหลังมาพร้อมกับระบบระบายอากาศ และ โปรแกรมนวด

4
มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

BMW X7 มีระบบ BMW Personal CoPilot ที่ทันสมัย ช่วยในการขับขี่อัตโนมัติ และ นำรถเข้าจอดอัตโนมัติ รวมถึงการถอยรถ

5
ความบันเทิงในห้องโดยสารแบบไม่มีเจ้าไหนทำ

เพื่อตอบสนองความ Exclusive อย่างเหนือชั้น BMW X7 มอบจอ BMW Theater Screen ขนาด 31.3 นิ้ว ที่ห้องโดยสารแถว 2 อีก พร้อมรองรับความสบายด้วยเบาะนั่งแบบ Exclusive Louge เพิ่มพื้นที่วางขา นั่งสบาย ให้คุณได้เปลี่ยนรถเป็นโรงภาพยนต์ส่วนตัว

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ BMW Series 7
1
ตัวรถมีขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนในเมืองลำบาก

เนื่องจาก BMW Series 7 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ไซต์ครอบครัวสำหรับการเดินทางไกล ดังนั้นการขับในเมือง หรือ ขับเข้าซอยแคบๆ จึงค่อนข้างลำบาก

2
ที่นั่งแถว 3 แคบ

บริเวณเบาะนั่งแถว 3 มีพื้นที่น้อย ยืดขาไม่สะดวก ดังนั้นหากผู้นั่งโดยสารเป็นคนตัวใหญ่ หรือ เป็นผู้ใหญ่ อาจจะนั่งไม่ค่อยสบายนัก

3
การเชื่อมต่อกับ CarPlay มีปัญหาบ่อย

จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริงพบว่าการเชื่อมต่อกับระบบ CarPlay แบบไร้สาย มักมีปัญหาขณะเดินทาง ทำให้หงุดหงิดได้ง่าย

4
ศูนย์ BMW X7 มีน้อยในไทย

ศูนย์บริการของ BMW X7 ในกรุงเทพหาได้ยาก และยิ่งในต่างจังหวัดยิ่งหาไม่ได้เลย ดังนั้นผู้ใช้งานควรศึกษาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ

Rachchita 'Mefah' Rachtapawut
Content Writer

สรุปราคามือสอง

สำหรับราคามือสองของ BMW Series 7 ก็ถือได้ว่ามีราคาที่ลดลงมาจากมือหนึ่งมากพอสมควร โดยราคาแต่ละรุ่นรั้นก็จะเป็นไปตามอายุการใช้งานของรถยนต์ปีนั้น เหมาะสำหรับกลุ่มหนุ่มสาววัยทำงานหรือผู้บริหายุคใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์สุดหรูที่ครบครันทั้งความสวยงามและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสักคันไว้ขับเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันที่เอื้อมถึงอย่างแน่นอน หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง
รุ่นปีราคา
1977
110,000
1986
199,000
1994
399,000
2001
319,000
2008
945,000
2015
2,799,000

รุ่นปี 1977

เริ่มต้นกันที่โฉมแรกที่ทางค่าย BMW ได้เริ่มต้นการออกแบบที่คงเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไฟท้าย หรือเสริมเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การนำเอาเบรก ABS เข้ามาซึ่งเป็นครั้งแรกของค่าย BMW รวมไปถึงยังเป็นรุ่นแรกที่มี On-board Computer ​หรือไฟแสดงสถานะความผิดปกติต่างๆ ของตัวรถ เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบถึงปัญหาและสามารถนำรถเข้าศูนย์ได้อย่างสะดวกสบาย

รุ่นปี 1986

ต่อมาในโฉมที่ 2 ซึ่งยังคงตัวถังที่ใหญ่เอาไว้เช่นเคย และได้ใส่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้าไป เช่น ระบบช่วงล่างที่สามารถประบด้วยระบบไฟฟ้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว รวมทั้งยังเป็นรถรุ่นแรกที่ได้นำไฟแบบซีนอนเพื่อใช้เป็นไฟต่ำอีกด้วย

โดยจุดเด่นในโฉมนี้คือช่วงปี 1987 ที่ได้มีการผลิตรุ่นพิเศษ BMW 750iL โดยใช้เครื่องยนต์ V12 ความจุ 5.0 ลิตร ให้พละกำลัง 300 แรงม้า ที่ถือว่าแรงที่สุดสำหรับยุคนั้นอีกด้วย

รุ่นปี 1994

มาถึงโฉมที่ 3 กับตัวถังที่ได้รับการยกย่องจากเหล่าแฟนตัวยง BMW ว่านี่คือซีรีส์ที่สวยงามที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยสัดส่วนที่ดูปราดเปรียวทันสมัย ภายในห้องโดยสารที่อัดแน่นเทคโนโลยีเจ๋งไว้เพียบ เช่น ระบบ Traction Control System ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ตามด้วยระบบฉีดน้ำทำความสะอาดไฟหน้า ระบบ Adaptive Cruise Control ที่มีรุ่นแรก ๆ ของโลก และ Side Airbag ป้องกันศีรษะกระแทกอีกด้วย

และที่สำคัญรถโฉมนี้ยังสร้างชื่อเสียงแบบไม่หยุดหย่อนจากภาพยนตร์เรื่อง James Bond 007 ที่ผู้สร้างได้นำเอา BMW 740iL มาเปลี่ยนเป็นรุ่น 750iL ที่ล้ำสมัยจนเหล่าสาวกต้องตามหากันเป็นเจ้าของ

รุ่นปี 2001

หลังจากที่ผ่านยุครุ่งเรืองมาแล้ว ก็มาถึงยุคที่เรียกได้ว่ากระแสความนิยมลดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการดีไซน์ที่ใหญ่เทอะทะ รวมถึงไฟหน้ารถที่ดูจืดและเศร้าหมอง จึงทำให้ไม่ถูกใจเหล่าสาวกเท่าไหร่นัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปรถโฉมนี้ก็ได้กลับมานิยมกันอีกครั้งและได้มีการปรับโฉมรุ่นย่อย LCI ในปี 2005 ที่เอาไฟหน้าแบบเดิมออกไป และใส่ความสปอร์ตที่ผสมผสานความหรูเข้าไปจนทำให้ยอดขายกลับมาถล่มทลายไม่แพ้โฉมก่อนหน้านี้เลย

รุ่นปี 2008

หมดยุคกับรุ่นตัวถัง E แล้วก็มาถึงยุคของตัวถัง F ที่ถูกดีไซน์การออกแบบอย่างสวยงามทันสมัยและโมเดิร์นที่สุด ด้วยดีไซน์ที่สวยแบบเรียบง่ายทั้งภายนอกและภายใน และมีเทคโนโลยีที่ทันสมับฝยแบบก้าวกระโดด

โดยจุดเด่นของโฉมนี้อยู่ที่รุ่นย่อย BMW Active Hybrid 7 ที่เป็นครั้งแรกในการมช้เครื่องยนต์ไฮบริด โดยเอาเครื่องยนต์อย่าง 750i มาบวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าลูกเล็ก ที่รวมแล้วให้กำลังสูงถึง 461 แรงม้า ได้แรงบิดมหาศาลถึง 700 นิวตันเมตรเลยทีเดียว

รุ่นปี 2015

มาถึงเจเนอเรชันสุดท้ายที่ได้ถูกคิดค้นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อนำมาใส่กับโฉมนี้ทั้งหมด เริ่มต้นด้วยการสร้างตัวถัง CLAR หรือ The Cluster Architecture ที่มีการผสมผสานเอาวัสดุน้ำหนักเบามาเป็นส่วนประกอบ พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความสุนทรีย์ในการขับขี่ที่สะดวกสบาย รวมทั้งยังเป็นรถ BMW รุ่นแรกที่ใช้กุญแจแบบ Display Key ระบบสั่งงานด้วยท่าทาง หรือ Gester control ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Plug-in Hybrid มาในรุ่น 740Le ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 226 แรงม้า และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนๆ ได้ราว 40 กิโลเมตร

เท่านั้นยังไม่พอเพราะได้ออกรุ่นตัวแรงอย่าง M Performance ในรุ่น BMW M760Li ที่ใช้เครื่องยนต์สุดแรง V12 ความจุ 6.6 ลิตร รีดความแรงได้ 610 แรงม้า นับว่าแรงที่สุดในรถตระกูล M เลยก็ว่าได้

BMW Series 7 เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน

รุ่นปี 1977
เครื่องยนต์
3.4 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
215*
รุ่นปี 1986
เครื่องยนต์
3.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
218*
รุ่นปี 1994
เครื่องยนต์
4.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน
แรงม้าสูงสุด
245*
รุ่นปี 2001
เครื่องยนต์
4.4 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
ดีเซล
แรงม้าสูงสุด
329*
รุ่นปี 2008
เครื่องยนต์
3.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน / ดีเซล
แรงม้าสูงสุด
306*
รุ่นปี 2015
เครื่องยนต์
3.0 ลิตร
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ
เชื้อเพลิง
เบนซิน / ดีเซล / ไฮบริด
แรงม้าสูงสุด
400*

บทสรุป BMW Series 7

ใครที่กำลังมองหารถยนต์ BMW Series 7 ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณมากที่สุด ลองให้ Kaidee เป็นหนึ่งในทางเลือกของคุณ จะมือหนึ่งมือสอง รุ่นไหน งบจำกัดเท่าไร ที่นี่ตอบโจทย์คุณได้ทุกความต้องการ คลิกเลย

FAQ : คำถามพบบ่อย
รถยนต์ BMW Series 7 มือสองราคาถูกที่สุดเท่าไร ?
ราคารถยนต์ BMW Series 7 ประมาณเท่าไร?
Kaidee Auto มีรถยนต์ BMW Series 7 มือสองทั้งหมดกี่คัน?
วิธีดูเลขไมล์รถยนต์ BMW Series 7 มือสอง ว่าเป็นเลขไมล์แท้หรือไม่?

ติดต่อเรา

บริษัท จูอาโล่ มาร์เก็ตเพลส จำกัดเลขที่ 191/23 อาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ชั้น 26 ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตยกรุงเทพมหานคร 1011002-119-5000[email protected]
Link to FacebookLink to TwitterLink to InstagramLink to Youtube

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

Link to AppStoreLink to Google Play StoreLink to Huawei store
© 2567 บริษัท จูอาโล่ มาร์เก็ตเพลส จำกัด