English translation for this page is currently unavailable. We are working on it, stay tuned!
menu-iconKaidee Auto แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขาย รถยนต์ No.1
chat

ขายรถยนต์ Honda City มือสอง ทั่วประเทศ

(451)

Honda City

รถเก๋งขนาดเล็กขวัญใจคนเมือง ประหยัดน้ำมัน ขับง่าย มีให้เลือกทั้งเบนซินและไฮบริด

Honda City เป็นหนึ่งในรถเก๋งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อปี 1996 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองเป็นอย่างดี ความโดดเด่นของ Honda City อยู่ที่ความคล่องตัวในการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน บำรุงรักษาง่าย และยังมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเกียร์ธรรมดาสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงรุ่นไฮบริด e:HEV ที่ให้ทั้งความแรงและความประหยัดในคันเดียว

นอกจากรุ่นซีดานที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว Honda City Hatchback ก็เป็นอีกตัวเลือกยอดนิยมในตลาดมือสอง ด้วยตัวถังท้ายตัดขนาดกระทัดรัดที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ขนของง่าย จอดรถสะดวก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน และครอบครัวเล็กที่อยากได้รถคันเดียวจบ ครบทั้งเรื่องสไตล์และการใช้งาน สำหรับตลาดมือสอง Honda City รุ่นยอดนิยม เช่น Honda City ZX รุ่นปี 2005–2007 ซึ่งเด่นที่ความทนและราคาจับต้องได้, Honda City SV+ Turbo ปี 2020 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบขับสนุก, และ Honda City Hatchback e:HEV รุ่นใหม่ที่ให้ระบบไฮบริดเต็มระบบในราคาที่เป็นมิตรกับคนอยากอัปเกรดจากรถเล็กทั่วไป ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ Honda City จึงเป็นรถมือสองที่ยังคงน่าสนใจไม่เสื่อมมนต์ขลังสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

Pros - จุดเด่น รถยนต์ Honda City

1

มีให้เลือกทั้งซีดานและแฮทช์แบ็ก รองรับการใช้งานหลากหลาย

Honda City ตอบโจทย์ผู้ใช้งานเมืองที่ต้องการความคล่องตัวด้วยรุ่น Hatchback และตอบสนองผู้ใช้ทั่วไปด้วยรุ่นซีดานที่เน้นความสะดวกสบาย

2

ขับขี่คล่องตัว เหมาะกับเมือง

Honda City มีขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถขับในเมืองได้คล่อง ทั้งในตรอกซอกซอยหรือช่วงรถติด ตัวรถมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ เข้า-ออกที่จอดรถได้ง่าย เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่ใช้งานในเขตชุมชนเมืองเป็นประจำ

3

เครื่องยนต์เทอร์โบแรงและประหยัด

ตั้งแต่โฉมปี 2020 เป็นต้นมา Honda City ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ที่ให้แรงม้าสูงถึง 122 PS และประหยัดน้ำมันได้ดีเฉลี่ยกว่า 23 กม./ลิตร เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแรงพอตัวแต่ไม่อยากจ่ายค่าน้ำมันแพง

4

มีรุ่นไฮบริดให้เลือก

สำหรับคนที่อยากประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น Honda City e:HEV ใช้ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบที่ให้ทั้งความประหยัดและสมรรถนะจากมอเตอร์ไฟฟ้า มีอัตราเร่งดีและขับขี่นุ่มนวล

5

มีระบบ Honda SENSING ครบในบางรุ่น

ตั้งแต่ปี 2022 รุ่น e:HEV RS มาพร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING เช่น เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยรักษาเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และกล้องมองรอบคัน ซึ่งมักหาได้ยากในรถกลุ่มราคาเดียวกัน

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ Honda City

1

ออปชันบางรุ่นยังไม่ครบ

ในรุ่นย่อยล่าง เช่น S และ V แม้จะราคาน่าสนใจแต่ฟีเจอร์หลายอย่างเช่นกล้องถอยหลัง ระบบเบรกมือไฟฟ้า หรือเบาะหนัง อาจไม่มีมาให้ ทำให้ต้องเลือกรุ่นที่สูงขึ้นจึงจะได้ฟังก์ชันครบ

2

ช่วงล่างค่อนข้างนุ่ม ไม่เหมาะกับความเร็วสูง

แม้จะขับดีในเมือง แต่ช่วงล่างของ Honda City ยังออกแนวนุ่มเด้งในบางสภาพถนน เมื่อขับที่ความเร็วสูงหรือบนทางหลวงอาจรู้สึกโคลงบ้าง ไม่เหมาะกับสายซิ่งหรือคนที่ขับทางไกลบ่อย ๆ

3

เครื่องยนต์รอบเดินเบา

ข้อนี้อาจจะสร้างความหงุดหงิดใจให้กับสายซิ่ง เพราะอัตราการเร่งสปีดของ Honda City อาจจะไม่เร้าใจนัก ใช้เวลาประมาณ 12 วินาที กว่าที่ความเร็วจะขึ้นไปแตะที่ 100 กม./ชม. ส่วนเครื่องยนต์ 3 สูบมีอาการสั่นบ้างในบางคัน

สรุปราคามือสอง

โดยภาพรวม Honda City เป็นรถเก๋งขนาดเล็กที่มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งรุ่น Turbo และรุ่น e:HEV ซึ่งตอบโจทย์ทั้งสายใช้งานทั่วไปและสายประหยัด ตลาดมือสอง Honda City มีราคาตั้งแต่ประมาณ 350,000 บาท ไล่ขึ้นไปถึงราว 580,000 บาทในรุ่นปรับโฉมและรุ่น RS ฟีเจอร์ที่ครบ การดูแลรักษาง่าย และชื่อเสียงแบรนด์ Honda ทำให้ Honda City เป็นรถมือสองที่มีความเชื่อถือสูง หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง
รุ่นปีราคา
1996
35,000
2002
75,000
2008
195,000
2014
330,000
2019
530,000
2020
438,000
2021
459,000
2022
539,000
2023
579,000
2024
599,000
2025
619,000

รุ่นปี 1996

กว่าที่ทาง Honda จะพาเจ้า City เข้ามาเปิดตัวและทำตลาดในไทย ก็เข้าสู่ปี 1996 ล่วงเลยสู่เจเนอเรชันที่ 3 ช่วงแรก City ถูกกำหนดเป้าหมายทางการตลาดให้เป็น Civic ที่ดาวน์สเปกลงมาเหมือนแฝดน้อง เน้นทำตลาดในภูมิภาค AEC ด้วยตัวถังซีดานเล็ก (Compact) โดยใช้พื้นฐานจาก Civic รุ่นตัวถัง EF มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.3 ลิตร รหัส D13B พลัง 95 แรงม้า ต่อมาอัปเกรดด้วยเครื่องยนต์บล็อกใหม่ เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร รหัส D15B อัดแน่น 105 แรงม้า

ก่อนปรับโฉมให้เร้าใจขึ้นด้วย Type Z ภายนอกโฉบเฉี่ยวสะกดสายตา มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่มีระบบ VTEC ตัวเล็กเพิ่มเข้ามา รถแรงขึ้นเป็น 115 แรงม้า เจเนอเรชันนี้ราคามือสอง เริ่ม 35,000 บาท

รุ่นปี 2002

**City เจเนอเรชันที่ 4 ของโลก แต่เป็นโฉมที่ 2 ซึ่งเปิดตัวในไทย **รหัสตัวถัง GD8 เริ่มทำตลาดตั้งแต่ปี 2002 โฉมนี้ได้รับคำวิจารณ์ว่าออกแบบให้ดูแปลก (ประหลาด) บ้างบอกไม่สวย หนักสุดได้รับฉายาจากในวงการว่า “ซิตี้ แมลงสาบ” แต่จุดเด่นที่ลบคำสบประมาทลงได้อย่างราบคาบ คือ ความประหยัดเชื้อเพลิง Honda City โฉมนี้ใช้ขุมกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร รหัส L15A มีระบบหัวฉีด i-DSI เป็นจุดเด่น พลัง 88 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ CVT นับเป็นการใช้ระบบเกียร์ CVT เป็นครั้งแรกๆ ของรถที่ขายในไทย

จากนั้นจึงมีการปรับโฉมสู่ City ZX ดูทันสมัยและสปอร์ตขึ้น (อีกนิด) มาพร้อมเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร รหัส L15A เหมือนเดิม แตกต่างที่เพิ่ม VTEC ตัวเล็กเข้ามา รถแรงขึ้นเป็น 110 แรงม้า โฉมนี้ราคามือสอง เริ่ม 75,000 บาท

รุ่นปี 2008

เจเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวในไทยเมื่อ 10 กันยายน 2008 รหัสตัวถัง GM2 นับเป็นโฉมที่ประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก Honda แก้มือจากเจนฯ ที่แล้วได้สำเร็จ และได้การยอมรับจากกูรูยานยนต์ทั้งด้านการออกแบบ และยอดขายที่เป็นไปในทิศทางบวก รูปลักษณ์สวยทันสมัย เครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิง แต่ให้กำลังการส่งและเร่งแซงที่ดี ทำตลาด 5 รุ่นย่อย และต่อมามีรุ่นเชื้อเพลิงทางเลือก CNG ในช่วงปลายยุค

City โฉมปี 2008 มีเครื่องยนต์แค่บล็อกเดียว คือ เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร รหัส L15A มี VTEC และสลับจากอัตโนมัติ CVT กลับมาใช้แบบ 5 จังหวะแทน พลังจัดว่าให้มาเยอะถึง 120 แรงม้า **สำหรับราคามือสองเริ่มต้น 195,000 บาท **

รุ่นปี 2014

มาต่อกันที่เจเนอเรชันที่ 6 เปิดตัวในไทย 23 มกราคม 2014 รหัสตัวถัง GM6 โฉมนี้ออกแบบได้ค่อนข้างดีมาก ยิ่งดู ยิ่งสวย ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย กลายเป็น City in the City ซื้อขับกันทั่วเมือง มีจำหน่ายด้วย 5 รุ่นย่อย และมีการปรับโฉม Minor Change ในปี 2017

ด้านเครื่องยนต์ยังคงใช้เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตรเหมือนเดิม แต่อัปเกรดเป็นบล็อก L15Z VTEC ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่ให้พลังลดลงเหลือ 117 แรงม้า และกลับมาใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT แทนที่ 5 จังหวะอีกครั้ง โดยมีเกียร์ธรรมดาขายในรุ่นเริ่มต้น รองรับเชื้อเพลิง E85 ราคามือสองสตาร์ทที่ 330,000 บาท

รุ่นปี 2019

เจเนอเรชัน 7เปิดตัวในไทยเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2019 ได้การยอมรับว่าเป็น City ที่ดีสุด ก็แน่ล่ะ ! รถรุ่นใหม่จะไม่ดีได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่านั้น เพราะถ้ารถรุ่นก่อนดีอยู่แล้ว การทำรุ่นใหม่ให้ก้าวข้าม “เงา” ความสำเร็จของรุ่นพี่ นับเป็นเรื่องยาก รุ่นใหม่อาจจะทันสมัยกว่า แต่ไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จเสมอไป… จริงมั้ย ? แต่เจ้า City โฉมนี้ก็สามารถทำได้

รหัสตัวถัง GN รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ สวยและสปอร์ตขึ้นทุกมิติ จำหน่ายด้วยทางเลือก 2 รูปแบบตัวถัง คือ ซีดาน 4 ประตู และแฮทช์แบ็ก 5 ประตู มีเครื่องยนต์ไฮบริดเป็นทางเลือกในทุกตัวถัง ทำให้ Honda City เจเนอเรชัน 7 มีไลน์การผลิตที่กว้างถึง 9 รุ่นย่อย

ด้านขุมกำลังเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ตัวใหม่ เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบ รหัส P10A6 มีระบบ i-VTEC ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พลัง 122 แรงม้า และจูนต่อให้แรงขึ้นได้ ราคามือสองเริ่มต้น 530,000 บาท

รุ่นปี 2020

Honda City ปี 2020 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเจเนอเรชันที่ 5 โดยมาในโฉม All-New พร้อมดีไซน์ตัวถังที่ปรับให้มีความโฉบเฉี่ยวและพรีเมียมยิ่งขึ้น ขนาดตัวถังอยู่ที่ความยาว 4,553 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม. และฐานล้อยาว 2,600 มม. ภายนอกมาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์ LED, ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED ที่ให้ความรู้สึกหรูหราเกินรถกลุ่ม B-Segment ขณะที่ภายในได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและสะดวกสบายกว่าเดิม ติดตั้งหน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และระบบควบคุมเสียง พร้อมเบาะนั่งหลังพับได้แบบ 60:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ในด้านความปลอดภัย รุ่นนี้มีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งในรุ่น RS และระบบเบรก ABS, EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว VSA และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ราคาเฉลี่ยในตลาดมือสองของรุ่นปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 438,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 419,000 – 469,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและเลขไมล์ รุ่น RS ที่เป็นตัวท็อปมักจะราคาสูงสุดจากอุปกรณ์และดีไซน์ที่ครบครัน จึงเป็นปีที่นิยมมากในกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการรถขนาดกะทัดรัดแต่สมบูรณ์แบบทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน

รุ่นปี 2021

Honda City ปี 2021 ยังคงอยู่ในเจเนอเรชันที่ 5 แต่ได้มีการปรับปรุงเล็กน้อยในบางรุ่นย่อย โดยเฉพาะในรุ่น RS ที่มีดีไซน์สปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ และไฟท้าย LED ที่ให้ความพรีเมียมในทุกมุมมอง ภายในยังคงกว้างขวางและเน้นความสะดวกสบายเช่นเคย พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จอสัมผัส 8 นิ้ว และเบาะหุ้มหนังกลับผสมผ้าดีไซน์เฉพาะรุ่น RS ขนาดตัวถังยังคงเท่ากับรุ่น 2020 คือ ยาว 4,553 มม. กว้าง 1,748 มม. สูง 1,467 มม. และฐานล้อ 2,600 มม.

ระบบความปลอดภัยยังครบครันด้วยระบบ VSA, HSA, ถุงลม 6 จุด และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย Honda City 2021 ถือว่าเหมาะกับผู้ที่ต้องการรถซิตี้คาร์ที่สมบูรณ์ในทุกด้านทั้งดีไซน์ สมรรถนะ และความคุ้มค่าในระยะยาว ราคาเฉลี่ยในตลาดมือสองอยู่ที่ 459,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 439,000 – 489,000 บาท ทั้งนี้รุ่น RS จะมีราคาสูงที่สุดจากฟีเจอร์ที่ครบกว่า ทำให้ปีนี้ยังเป็นที่นิยมในตลาดคนรุ่นใหม่ที่ต้องการภาพลักษณ์สปอร์ตทันสมัย

รุ่นปี 2022

ในปี 2022 Honda City มีการเพิ่มรุ่นไฮบริด e:HEV RS เข้ามาเป็นครั้งแรก ทำให้มีทางเลือกที่ประหยัดน้ำมันและทันสมัยมากขึ้น ดีไซน์ภายนอกของรุ่น e:HEV RS แตกต่างชัดเจนด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light, กระจังหน้าแบบ Piano Black, ล้ออัลลอย 16 นิ้วแบบทูโทน และไฟท้าย LED ภายในเน้นความสปอร์ตและล้ำสมัยมากขึ้น เบาะหนังกลับเดินด้ายแดง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อม Paddle Shift และมาตรวัดแบบดิจิทัล ขนาดตัวถังเหมือนเดิมทุกประการ แต่เสริมระบบเสียงคุณภาพสูงและระบบแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Hybrid Drive Display เฉพาะในรุ่นไฮบริด

ด้านระบบความปลอดภัย Honda City 2022 รุ่น e:HEV RS มาพร้อม Honda SENSING ครบชุด ทั้งระบบเตือนการชนและช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบเตือนรถออกนอกเลน และระบบไฟสูงอัตโนมัติ ราคาเฉลี่ยในตลาดรถมือสองอยู่ที่ 539,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 519,000 – 569,000 บาท สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ปกติยังมีราคาต่ำกว่ารุ่นไฮบริดประมาณ 50,000–80,000 บาท เหมาะกับผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูงควบคู่กับความประหยัดพลังงาน

รุ่นปี 2023

Honda City 2023 มีการไมเนอร์เชนจ์เล็กน้อย โดยเฉพาะดีไซน์ด้านหน้าและกันชนที่ถูกปรับให้มีเส้นสายเฉียบคมยิ่งขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมคิ้วโครเมียมในรุ่น SV และ RS ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15–16 นิ้ว (แล้วแต่รุ่นย่อย) ไฟหน้าและไฟท้าย LED ยังคงเป็นจุดขายสำคัญ ภายในมีการเปลี่ยนโทนสีวัสดุตกแต่ง และระบบแสดงผลต่าง ๆ คมชัดขึ้น ขนาดตัวถังเท่าเดิม ทำให้ City ปีนี้ยังคงให้ความกว้างสบายโดยเฉพาะพื้นที่วางขาเบาะหลัง

ระบบความปลอดภัยของรุ่นนี้ครอบคลุมทั้งถุงลม 6 จุด, VSA, HSA และกล้องมองหลัง รุ่น RS และ e:HEV RS จะได้ Honda SENSING ครบชุด ราคาเฉลี่ยในตลาดมือสองอยู่ที่ 579,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 559,000 – 609,000 บาท เป็นปีที่เหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการรถปีใหม่ ฟีเจอร์ครบ ขับขี่มั่นใจ และยังได้ดีไซน์ที่อัปเดตล่าสุดทั้งภายนอกและภายใน

รุ่นปี 2024

ปี 2024 ยังอยู่ในเจเนอเรชันที่ 5 เหมือนเดิม โดยรุ่นย่อย RS และ e:HEV RS ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยม มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่จัดเต็มมากกว่าเดิมเล็กน้อย เช่น ระบบเตือนมุมอับสายตาและระบบเตือนขณะถอยหลัง (ในรุ่น RS ขึ้นไป) สีตัวถังมีการเพิ่มตัวเลือกใหม่เพื่อความสดใหม่ในตลาด ขนาดตัวถังเหมือนเดิม แต่ในรุ่นท็อปจะได้ล้อ 16 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมภายในที่ปรับปรุงวัสดุให้ดูหรูขึ้น

Honda City ปีนี้ยังคงเด่นในเรื่องของ Honda SENSING ครบชุดในรุ่นไฮบริด อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันดีเยี่ยม โดยเฉพาะรุ่น e:HEV RS ที่ทำได้เฉลี่ย 25–27 กม./ลิตร ราคาเฉลี่ยในตลาดรถมือสองเริ่มขยับขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย มาอยู่ที่ 599,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 579,000 – 629,000 บาท ถือเป็นปีที่เหมาะกับผู้ซื้อที่ต้องการความสดใหม่ และมองหารุ่นที่ใช้งานได้อีกยาวนาน

รุ่นปี 2025

แม้จะยังอยู่ในเจเนอเรชันเดียวกันกับปี 2020 แต่ Honda City 2025 มีการอัปเกรดอุปกรณ์เพิ่มเติมในบางรุ่นย่อยเพื่อเสริมความคุ้มค่า เช่น ระบบ Honda CONNECT ในรุ่น RS ที่ช่วยให้ผู้ขับเช็กสถานะรถผ่านมือถือได้, ฟีเจอร์ควบคุมรถระยะไกล และระบบกุญแจ Digital Key ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับคนรุ่นใหม่ ภายนอกยังคงเหมือนกับปี 2024 แต่บางรุ่นได้ล้อดีไซน์ใหม่ ขนาดตัวถังยังเหมือนเดิมทุกประการ

ราคาเฉลี่ยในตลาดมือสองสำหรับรุ่นปี 2025 ยังไม่มากนักเพราะเป็นรถใหม่ในตลาด แต่เริ่มต้นที่ประมาณ 619,000 บาท โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 599,000 – 649,000 บาท โดยรุ่น RS และ e:HEV RS ยังเป็นที่นิยมสูงสุด เนื่องจากภาพลักษณ์ที่ทันสมัยพร้อมเทคโนโลยีจัดเต็ม เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถใช้งานในเมืองแต่มีฟีลลิ่งพรีเมียม และต้องการรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและไลฟ์สไตล์

Honda City เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน

รุ่นปี 1996
เครื่องยนต์
D13B D15B
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ / ธรรมด
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 เบนซิน 95
แรงม้าสูงสุด
95* 105* 115*
รุ่นปี 2002
เครื่องยนต์
L15A i-DSI L15A V-Tec
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ / ธรรมดา
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 เบนซิน 95
แรงม้าสูงสุด
88* 110*
รุ่นปี 2008
เครื่องยนต์
L15A V-Tec
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ / ธรรมดา
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 เบนซิน 95 CNG
แรงม้าสูงสุด
120*
รุ่นปี 2014
เครื่องยนต์
L15Z V-Tec
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ / ธรรมดา
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 เบนซิน 95 E85
แรงม้าสูงสุด
117*
รุ่นปี 2019
เครื่องยนต์
VTEC Turbo
ระบบส่งกำลัง
อัตโนมัติ CVT
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 เบนซิน 95 E85 E20
แรงม้าสูงสุด
123*
รุ่นปี 2020
เครื่องยนต์
1.0 ลิตร VTEC Turbo
ระบบส่งกำลัง
เกียร์อัตโนมัติ CVT
เชื้อเพลิง
เบนซิน 91 E20
แรงม้าสูงสุด
122 PS @ 5,500 rpm
รุ่นปี 2021
เครื่องยนต์
1.0 VTEC Turbo / 1.5 e:HEV
ระบบส่งกำลัง
CVT / e-CVT
เชื้อเพลิง
เบนซิน ไฮบริด
แรงม้าสูงสุด
122 PS (รวมระบบ e:HEV)
รุ่นปี 2023–2025
เครื่องยนต์
1.0 VTEC Turbo 1.5 e:HEV
ระบบส่งกำลัง
CVT e-CVT
เชื้อเพลิง
เบนซิน ไฮบริด
แรงม้าสูงสุด
122 PS (รวมระบบ e:HEV)

บทสรุป Honda City

Honda City เป็นรถเก๋งขนาดเล็กที่ครบเครื่องและคุ้มค่ามากที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดเมืองไทย ด้วยความที่มีให้เลือกทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ก ทำให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนเริ่มต้นทำงาน หรือครอบครัวขนาดเล็ก ดีไซน์ของ Honda City ก็มีความสปอร์ต ทันสมัย และดูพรีเมียมในทุกรุ่นย่อย พร้อมด้วยสมรรถนะที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งในเมืองและนอกเมือง โดยเฉพาะรุ่น e:HEV ที่ให้พลังการขับขี่แบบไฮบริดเต็มระบบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดน้ำมันแต่ยังอยากได้แรงบิดที่ตอบสนองดีเยี่ยม

สำหรับใครที่กำลังมองหารถเก๋งมือสองที่มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันดี ดูแลรักษาง่าย อะไหล่หาง่าย และยังมีมูลค่าขายต่อดี Honda City คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเลือกรุ่นซีดานที่ให้ห้องโดยสารกว้างขวาง หรือรุ่น Hatchback ที่คล่องตัว เหมาะกับการใช้งานในเมือง ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคู่ อีกทั้งระบบความปลอดภัยในรุ่นใหม่ ๆ เช่น Honda SENSING ก็ทำให้ Honda City เป็นรถเล็กที่ให้ความมั่นใจในทุกการเดินทาง

FAQ: คำถามพบบ่อย
รถยนต์ Honda City มือสองราคาถูกที่สุดเท่าไร ?
ราคารถยนต์ Honda City ประมาณเท่าไร?
Kaidee Auto มีรถยนต์ Honda City มือสองทั้งหมดกี่คัน?
วิธีดูเลขไมล์รถยนต์ Honda City มือสอง ว่าเป็นเลขไมล์แท้หรือไม่?
Honda City Hatchback แตกต่างจากรถเก๋ง 4 ประตูอย่างไร?
ซื้อรุ่นไหนคุ้มสุด?
รุ่นไหนมี Honda SENSING?

ติดต่อเรา

บริษัท เคดี มาร์เก็ตเพลส จำกัด (สำนักงานใหญ่)เลขที่ 554/117 อาคารสกายไนน์ เซ็นเตอร์ ชั้น 22 ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร 1040002-108-8531cs@kaidee.com
Link to FacebookLink to TwitterLink to InstagramLink to Youtube

บริษัทในเครือ

เพื่อประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น

Link to AppStoreLink to Google Play Store
© 2568 บริษัท เคดี มาร์เก็ตเพลส จำกัด