Honda Jazz
Honda Jazz เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็กที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทยมายาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านความคล่องตัว ประหยัดน้ำมัน พื้นที่ใช้สอยที่เกินตัว และราคาที่เข้าถึงได้ เปิดตัวครั้งแรกในไทยตั้งแต่ปี 2003 และปรับโฉมมาแล้วหลายเจเนอเรชัน โดยเฉพาะรุ่นที่ 2 (GE), รุ่นที่ 3 (GK) และรุ่นที่ 4 (GR) ซึ่งเป็นโมเดลยอดนิยมในตลาดรถมือสองและยังคงมีให้เห็นบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง
Honda Jazz กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการรถขนาดเล็กแต่ขับง่าย ภายในกว้าง และบรรทุกของได้เยอะเกินคาด รวมถึงกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือครอบครัวขนาดเล็กที่มองหารถคันแรก เนื่องจากฟังก์ชันใช้งานต่าง ๆ มีมาให้อย่างครบถ้วน โดยไม่ต้องจ่ายแพงแบบรถระดับกลาง ทั้งยังมีรุ่นย่อยให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ และรุ่น RS ที่เพิ่มความสปอร์ต พร้อมสีสันจัดจ้าน

Pros - จุดเด่น รถยนต์ Honda Jazz

ขนาดกะทัดรัด ขับคล่องในเมือง
Honda Jazz มีความยาวไม่ถึง 4 เมตร ทำให้คล่องตัวเป็นพิเศษในเขตเมือง รถมีรัศมีวงเลี้ยวแคบ เข้าออกซอยหรือจอดในที่แคบได้ง่าย เหมาะมากกับมือใหม่หัดขับหรือคนทำงานที่ต้องใช้รถทุกวันในสภาพการจราจรแน่นขนัด
พื้นที่ภายในกว้าง ใช้งานหลากหลาย
แม้ตัวรถจะดูเล็ก แต่ภายในของ Jazz กว้างขวางเกินคาด โดยเฉพาะเบาะหลังที่สามารถพับแบบ Ultra Seat ได้ถึง 4 โหมด ช่วยให้สามารถขนของขนาดใหญ่ หรือสิ่งของที่สูงเป็นพิเศษ เช่น ต้นไม้ กระเป๋าเดินทาง หรือจักรยานได้อย่างสบาย
เครื่องยนต์ทนทาน อะไหล่หาไม่ยาก
Jazz ใช้เครื่องยนต์ L15 i-VTEC ที่ใช้ร่วมกับ City ทำให้มีความทนทาน และหาอะไหล่ได้ง่ายในตลาด ทั้งศูนย์บริการและอู่ซ่อมทั่วไปก็รองรับได้ ไม่ต้องรอนานหรือจ่ายแพง
ประหยัดน้ำมันและค่าดูแลต่ำ
ด้วยน้ำหนักรถเบา ผสานกับเกียร์ CVT และระบบจ่ายน้ำมันที่พัฒนาอย่างดี ทำให้ Honda Jazz เป็นหนึ่งในรถแฮทช์แบ็กที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในกลุ่ม ค่าซ่อมบำรุงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงเกินไป
มีรุ่น RS ให้เลือกสำหรับคนชอบความสปอร์ต
ในปีท้าย ๆ ของโฉม GK มีการปล่อยรุ่น RS และ RS+ ที่ให้รูปลักษณ์และฟีเจอร์เหนือกว่ารุ่นธรรมดา เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการรถเล็กแต่ดูโดดเด่นไม่ธรรมดา

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ Honda Jazz

ช่วงล่างนุ่มแต่ไม่เกาะถนนเท่ารถยุโรป
แม้ Jazz จะเน้นความนุ่มนวล แต่ช่วงล่างอาจรู้สึกย้วยหรือโคลงเมื่อเข้าโค้งแรง ๆ หรือวิ่งทางไกลเร็ว ๆ โดยเฉพาะถ้ามีผู้โดยสารเต็มคัน
เสียงรบกวนเข้าห้องโดยสารชัดเจน
Jazz ยังใช้ฉนวนกันเสียงในระดับมาตรฐาน เมื่อวิ่งเกิน 100 กม./ชม. เสียงลมและเสียงยางจะเริ่มเข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร อาจไม่ตอบโจทย์คนที่ต้องการความเงียบแบบรถระดับสูง
ไม่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงในรุ่นก่อนปี 2020
ในรุ่นก่อน ๆ ยังไม่มี Honda SENSING หรือระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เช่น Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist หรือเบรกอัตโนมัติ ซึ่งเริ่มมีในรถคู่แข่งบางรุ่น
ไม่ได้นำเจเนอเรชันใหม่ (GR) มาทำตลาดในไทย
รุ่นล่าสุดของ Jazz (GR/Fit Gen 4) ที่มีในญี่ปุ่นและยุโรป ไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทย ทำให้ตลาดมือหนึ่งของ Jazz หยุดอยู่ที่โฉม GK ปี 2021 ผู้ที่อยากได้รุ่นใหม่ต้องหิ้วนำเข้าหรือซื้อรุ่นอื่นในไลน์อัพของ Honda เช่น City Hatchback
สรุปราคามือสอง
ในตลาดรถมือสอง Honda Jazz ถือว่าเป็นหนึ่งในรถแฮทช์แบ็กยอดนิยมที่ขายดีต่อเนื่อง โดยมีราคาตั้งแต่ประมาณ 280,000 บาท ไปจนถึงกว่า 450,000 บาท ขึ้นอยู่กับปีผลิต รุ่นย่อย และสภาพของรถ จุดเด่นที่ทำให้ Jazz เป็นที่ต้องการคือการออกแบบที่ใช้งานได้จริง ความทนทานของเครื่องยนต์ L15 ที่ใช้ร่วมกับ City ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่ หรือการดูแลรักษาในระยะยาว อีกทั้งยังมีเวอร์ชัน RS ที่ตอบโจทย์คนชอบรถหน้าตาสปอร์ตและฟีเจอร์ครบครัน ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป หมายเหตุ - *ราคาเริ่มต้น อ้างอิงจาก Kaidee Auto รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลงรุ่นปี 2001
Honda เปิดตัว Fit ครั้แรกในญี่ปุ่นช่วงกลางปี 2001 แต่ด้วยชื่อที่มีความหมายไม่ค่อยเหมาะเท่าใดนัก ในไทยและภูมิภาค AEC รวมถึงออสเตรเลียจึงเปลี่ยนเป็นชื่อ Jazz แทน แต่สรุปทั่วโลก ก็คือ รุ่นเดียวกันนั่นแหละ ต่างแค่ชื่อเรียกและออปชันที่ไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง
หลังจากเปิดตัวที่ญี่ปุ่นและบางประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ในที่สุด Honda ก็นำ Jazz มาเปิดตัวในไทยเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2003 ใช้ชื่อรหัสตัวถัง GD เป็นรถ 5 ประตูที่สามารถพับเบาะหลังเพิ่มพื้นที่บรรทุกของได้ ในบ้านเราทำตลาดรวม 5 รุ่นย่อย S, V, E, SVและ E-V
ขุมพลังการขับเคลื่อน 2 ทางเลือก คือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร รหัส L15A ระบบ i-DSI พลัง 87 แรงม้า (เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ City เจเนอเรชัน 4 นั่นแหละ) หรือ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร รหัส L15A1 ระบบ VTEC พลังเพิ่มป็น 109 แรงม้า พร้อมระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ CVT ในส่วนของรหัส GD รถมือสองราคาเริ่มต้น 98,000 บาท
รุ่นปี 2008
หลังจากเจเนอเรชันแรกประสบความนสำเร็จมาก ในที่สุด Jazz เจเนอเรชันที่ 2 ก็ตามมาในปี 2007 โดยเผยโฉมให้เห็นก่อนที่ญี่ปุ่นในงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์” จากนั้นลัดฟ้าข้ามมาเปิดตัวในไทยเมื่อ 23 มีนาคม 2008 โฉมนี้ใช้รหัสตัวถัง GE พัฒนาภายใต้อคอนเซ็ปต์ Man Maximum, Machine Minimum เน้นการให้ความสำคัญกับคนขับ ผู้โดยสาร และความสะดวกสบายบนพื้นที่ใช้งานของห้องโดยสารสูงสุด เริ่มต้นทำตลาดด้วย 3 รุ่นย่อย S, V และ SV จากนั้นมีการปรับโฉมและเปิตตัวรุ่น Hybrid ตามมาในปี 2012
สำหรับทั้ง 3 รุ่นใช้ขุมพลังบล็อกเดียวกัน เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร รหัส L15A1 ระบบ i-VTEC ปรับจูนเป็น 120 แรงม้า ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ สำหรับ Jazz รหัส GE ราคารถมือสองเริ่มต้น 229,000 บาท
รุ่นปี 2014
หลังจากเจเนอเรชันแรกประสบความนสำเร็จมาก ในที่สุด Jazz เจเนอเรชันที่ 2 ก็ตามมาในปี 2007 โดยเผยโฉมให้เห็นก่อนที่ญี่ปุ่นในงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์” จากนั้นลัดฟ้าข้ามมาเปิดตัวในไทยเมื่อ 23 มีนาคม 2008 โฉมนี้ใช้รหัสตัวถัง GE พัฒนาภายใต้อคอนเซ็ปต์ Man Maximum, Machine Minimum เน้นการให้ความสำคัญกับคนขับ ผู้โดยสาร และความสะดวกสบายบนพื้นที่ใช้งานของห้องโดยสารสูงสุด เริ่มต้นทำตลาดด้วย 3 รุ่นย่อย S, V และ SV จากนั้นมีการปรับโฉมและเปิตตัวรุ่น Hybrid ตามมาในปี 2012
สำหรับทั้ง 3 รุ่นใช้ขุมพลังบล็อกเดียวกัน เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร รหัส L15A1 ระบบ i-VTEC ปรับจูนเป็น 120 แรงม้า ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ รถเล็กสเป็คแรง Jazz รหัส GE ราคารถมือสองเริ่มต้น 393,000 บาท
รุ่นปี 2016
Jazz รุ่นปี 2016 ยังคงอยู่ในเจเนอเรชันที่ 3 (GK) ที่พัฒนาต่อเนื่องจากปี 2014 โดยได้รับการปรับดีไซน์เล็กน้อย และเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบางรุ่นย่อย ตัวรถยังคงใช้แพลตฟอร์มขนาดกะทัดรัด ยาว 3,955 มม. กว้าง 1,694 มม. พร้อมฐานล้อ 2,530 มม. ทำให้คล่องตัวในเมืองแต่ยังนั่งได้สบาย ภายในใช้เบาะอัจฉริยะ Ultra Seat ที่พับได้หลากหลาย รองรับการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่วนระบบความปลอดภัยยังคงเบื้องต้น เช่น ถุงลมคู่หน้า ระบบ ABS และ EBD ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 355,000 บาท
รุ่นปี 2018
การมาของรุ่นปี 2018 ถือเป็นการปรับโฉม (Facelift) ที่น่าสนใจมากในตลาด โดยเฉพาะรุ่น RS ที่เน้นความสปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน มีการปรับกระจังหน้าใหม่ กันชนหน้า-หลัง และเพิ่มล้ออัลลอยลายใหม่พร้อมหลังคาสีดำ (ในรุ่น RS+) ขนาดตัวถังยังคงเท่าเดิม แต่ดีไซน์ทันสมัยขึ้น ภายในเสริมด้วยฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น หน้าจอสัมผัส รองรับ HDMI/USB/Phone และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ส่วนระบบความปลอดภัยในรุ่นบนเริ่มมี Hill Start Assist และ Vehicle Stability Assist เพิ่มเข้ามา ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 395,000 บาท
รุ่นปี 2020
ช่วงปลายอายุตลาดของรุ่น GK ยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น RS ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานเทียบเท่ารถรุ่นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED โปรเจกเตอร์พร้อม DRL, ปุ่มสตาร์ท, Cruise Control และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth แบบแฮนด์ฟรี ตัวถังยังยาวไม่ถึง 4 เมตร ทำให้จอดง่ายในเมือง และมีน้ำหนักเบาเพียง 1,047 กก. เท่านั้น ส่งผลให้ Jazz ยังคงประหยัดน้ำมันและขับสนุกแม้ใช้งานมานาน ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 429,000 บาท
Honda Jazz เปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ทุกเจเนอเรชัน
บทสรุป Honda Jazz
Honda Jazz เป็นรถแฮทช์แบ็กขนาดเล็กที่ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดมือสองอย่างต่อเนื่อง ด้วยความคุ้มค่าที่มาพร้อมดีไซน์น่ารักคล่องตัว ฟังก์ชัน Ultra Seat ที่ใช้งานได้จริง และสมรรถนะที่ตอบโจทย์คนเมือง ไม่ว่าจะใช้เป็นรถคันแรก รถสำหรับวัยทำงาน หรือแม้แต่รถครอบครัวขนาดเล็ก Jazz ก็ยังเป็นคำตอบที่ลงตัว
สำหรับใครที่กำลังมองหารถที่ใช้งานง่าย ดูแลง่าย และมีราคาขายต่อไม่ตกมาก Honda Jazz ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดมือสอง ด้วยรุ่นย่อยหลากหลายให้เลือก ทั้งรุ่น S, V, V+, RS หรือแม้กระทั่งรุ่นเกียร์ธรรมดา ที่บางคนยังนิยมในฐานะรถมือสองราคาประหยัด พร้อมศูนย์บริการและอะไหล่ที่รองรับทั่วประเทศ และความมั่นใจจากชื่อชั้นของ Honda ที่คนไทยไว้วางใจมายาวนาน



























