Mercedes-Benz
สำหรับ Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าเบนซ์ สร้างสรรค์ยนตรกรรมโดยยึดเอา “ความปลอดภัย” เป็นเป้าหมายสูงสุด นอกจากนี้ “ดีไซน์” ของรถจากค่ายเบนซ์เองก็ไม่แพ้ใคร เพราะดีไซน์รถยนต์ของเขาทุกรุ่น บ่งบอกได้ถึง DNA ของแบรนด์ สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นรถเบนซ์ที่ตกทอดมานานจวบจนปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
แม้ว่ารถเบนซ์แต่ละรุ่นจะมีดีไซน์ที่แตกต่าง แต่ทุกรุ่นสามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นรถสปอร์ตระดับ World-Class ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งนวัตกรรม พร้อมกับความหรูหรา และสะดวกสบายที่เหนือระดับที่ไม่มีใครเทียบเท่า

Pros - จุดเด่น รถยนต์ Mercedes-Benz

คุณภาพที่ยอดเยี่ยม
รถยนต์ยี่ห้อ Mercedes Benz นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของผลงานที่คุณภาพด้วยการคัดสรร ทดสอบวัสดุ หรือชิ้นส่วนที่นำมาประกอบรถยนต์ และโรงงานผลิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเยอรมนีทำให้รถทุกคันผ่านการตรวจเช็กคุณภาพอย่างเข้มงวดก่อนส่งมอบถึงลูกค้า เพื่อให้แน่ใจว่าทางบริษัทได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า
ผู้นำด้านเทคโนโลยี
ด้วยประวัติที่ยาวนาน และประสบการณ์ของ Mercedes Benz ทำให้ Mercedes เป็นอีกหนึ่งผู้นำด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์ที่สะท้อนผ่านฟังก์ชันที่อัดแน่นไว้ในตัวรถ เช่น เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่มีทั้ง ระบบช่วยบังคับเลี้ยว, ระบบ Drive pilot, กล้องรอบคัน 360 องศาพร้อมเซนเซอร์ตรวจจับ และเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย
ปรับแต่งได้เพื่อเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อคุณซื้อรถ Mercedes Benz คุณสามารถปรับแต่งรถของคุณเพิ่มเติมได้ทั้งภายนอก และภายใน เพื่อเอกลักษณ์ที่แตกต่างในสไตล์คุณ ซึ่งสามารถปรับแต่ง หรือสั่งทำพิเศษได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับรุ่นรถที่ท่านซื้อ

Cons - จุดอ่อน รถยนต์ Mercedes-Benz

ราคาสูง
Mercedes Benz เป็นรถยุโรปอีกหนึ่งแบรนด์ที่สะท้อนถึงความหรูหราในแบบ Luxury Car อย่างเต็มขั้นด้วยการอัดแน่นคุณภาพ เทคโนโลยี และความหรูหราในระดับสูงสุดสำหรับยานยนต์ซึ่งมีราคาที่สูงทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจับต้อง หรือ ครอบครองรถยี่ห้อ Mercedes Benz ได้
ค่าบำรุงรักษาที่สูง
ด้วยที่ Mercedes Benz เป็นรถที่มีคุณภาพสูง และมีนวัตกรรมล้ำหน้าทำให้การซ่อมบำรุงนั้นมีความซับซ้อนมากกว่า และ มีความจำเป็นสูงที่ต้องใช้อะไหล่แท้จากศูนย์โดยตรงทำให้มีค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อม บำรุง และค่าอะไหล่ที่สูงกว่ารถแบรนด์อื่นๆ ทั่วไป
สรุปราคารถยนต์มือสอง Mercedes-Benz
รถไฮไลท์ Mercedes-Benz
Mercedes Benz ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีรถยนต์มาตลอดศตวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ได้พัฒนาไลน์อัปของรถยนต์ให้มีความทันสมัย หรูหรา และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
เริ่มตั้งแต่ปี ปี 2015 ที่มีการเปิดตัว C-Class (W205) และ S-Class (W222) ที่มาพร้อมดีไซน์หรูหราและระบบความปลอดภัยขั้นสูง ต่อมาปี 2017 ทางแบรนด์ได้เปิดตัว E-Class (W213) พร้อมระบบ MBUX รุ่นแรก ซึ่งในปี 2019 ได้มีการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยรุ่น EQC และปลั๊กอินไฮบริดในหลายโมเดล และในปี 2022 ได้มีการเปิดตัว S-Class (W223) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับสูงสุด และการปรับดีไซน์ภายในให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และการเพิ่มระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มซีดานอย่าง C-Class, E-Class และ S-Class ซึ่งการมาของระบบ MBUX ถือว่าเป็นการพลิกโฉมระบบ Infotainment ของรถยนต์ยุคใหม่ ในกลุ่ม SUV นอกจากนี้รุ่น GLC-Class และ GLA-Class ก็ได้รับการออกแบบเพื่อเน้นความสปอร์ตและการใช้งานแบบครอบครัว พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ที่เหมาะกับทุกสภาพถนน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาในเรื่องของระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันล่วงหน้า (Pre-Safe), ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของแบรนด์
ประเภทกลุ่มรถยนต์ Mercedes-Benz มือสองยอดนิยม
กลุ่มรถเก๋ง (Passenger Car)
- C 350 e AMG Dynamic (W205): รุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 279 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม พร้อมระบบ COMAND Online, หลังคา Panoramic และเบาะหนังแท้
- E 300 e AMG Dynamic (W213): รุ่นยอดนิยมของกลุ่ม E-Class เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบพร้อมระบบไฮบริด กำลังรวม 320 แรงม้า ขับขี่นุ่มนวล ภายในตกแต่งลายไม้ เบาะหนัง nappa และฟังก์ชันปรับอุณหภูมิแบบแยกโซน
- S 350 d Exclusive (W222): รถซีดานระดับ Flagship เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 3.0 ลิตร 286 แรงม้า ห้องโดยสารเงียบ หรูหราด้วยไฟ Ambient Light และระบบ AIR BODY CONTROL รองรับการโดยสารที่เหนือชั้น
กลุ่มรถอเนกประสงค์ (SUV)
- GLC 250 d 4MATIC AMG (X253): รถยนต์ SUV ดีเซลขนาดกลางที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดพลังงาน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC พร้อมโหมดการขับขี่ DYNAMIC SELECT ตอบโจทย์ทั้งในเมืองและเส้นทางนอกเมืองที่มีความลาดชัน
รถเก๋ง - Passenger Car
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic (W205)
Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic (W205) เป็นรุ่นปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานพลังระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 279 แรงม้า ประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม พร้อมระบบ COMAND Online, หลังคา Panoramic และเบาะหนังแท้ รุ่นตัวถัง W205 ปีจำหน่ายในไทย 2019
สเปครถยนต์ C 350 e AMG Dynamic (W205)
- เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ (รหัส M274)
- ขนาดความจุ: 1,991 ซีซี
- กำลังจากเครื่องยนต์: 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที
- กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า: 82 แรงม้า
- กำลังรวมทั้งระบบ: 279 แรงม้า
- แรงบิดรวมสูงสุด: 600 นิวตันเมต
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS (7 สปีด)
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระบบไฮบริดและแบตเตอรี่
- ชนิดแบตเตอรี่: Lithium-ion
- ความจุแบตเตอรี่: 6.2 kWh
- ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode): ประมาณ 30 กม.
- เวลาชาร์จ: ประมาณ 2–3 ชั่วโมง (AC 230V)
สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง
- 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 5.9 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย (รวมระบบ PHEV): สูงสุดประมาณ 40–50 กม./ลิตร (ขึ้นอยู่กับการใช้งานและแบตเตอรี่)
ภายในและฟีเจอร์เด่น
- AMG Bodystyling (กันชน, กระจังหน้า, ล้อ AMG 18 นิ้ว)
- ไฟหน้า LED High Performance
- เบาะหนัง Artico + DINAMICA / เบาะปรับไฟฟ้า
- ระบบ COMAND Online / หน้าจอกลาง
- ระบบปรับอากาศ THERMATIC แบบ Dual Zone
- หลังคา Sunroof แบบ Panoramic
- ระบบช่วยขับขี่: Attention Assist, Active Parking Assist, Cruise Control, ระบบเตือนมุมอับ ฯลฯ
ราคาจำหน่าย
- ราคาป้ายแดงช่วงเปิดตัว: ประมาณ 2.99 ล้านบาท
- ราคารถมือสอง (ปี 2024–2025): ประมาณ 890,000 – 1,290,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพ, ระยะทาง, ปีจดทะเบียน)
จุดเด่น
- สมรรถนะแรงเทียบเท่ารถสปอร์ต แต่ประหยัดระดับรถไฮบริด
- ภายในหรูหราสไตล์ Mercedes พร้อมความเงียบและความนุ่มนวล
- เหมาะสำหรับคนที่อยากได้รถหรู ขับสนุก ประหยัด และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าภาษีสรรพสามิตสูง
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic (W213)
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic (W213) คือรถยนต์หรูในกลุ่ม D-Segment ที่มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ (รหัส M274) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 700 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 13.5 kWh สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางประมาณ 50–55 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จ AC ผ่าน Wallbox ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยสูงถึง 40–60 กม./ลิตร เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล ในด้านการออกแบบ E 300 e มากับชุดแต่ง AMG Bodystyling รอบคัน ล้ออัลลอย AMG 19 นิ้ว ไฟหน้า MULTIBEAM LED และภายในหรูหราด้วยเบาะหนัง Nappa, หน้าจอ Widescreen Cockpit คู่ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX และชุดเครื่องเสียง Burmester® ระบบความปลอดภัยจัดเต็มด้วย Mercedes-Benz Intelligent Drive เช่น Active Brake Assist, Blind Spot Assist, Adaptive Cruise Control และกล้อง 360 องศา ครบจบในคันเดียว ราคาจำหน่ายป้ายแดงในช่วงเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 3.77 ล้านบาท และในปี 2025 มีราคามือสองอยู่ในช่วงประมาณ 1.75 – 2.30 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาพและระยะทางการใช้งาน
สเปครถยนต์ E 300 e AMG Dynamic (W213)
- เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ (รหัส M274)
- ความจุเครื่องยนต์: 1,991 ซีซี
- กำลังสูงสุด (เครื่องยนต์): 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที
- กำลังสูงสุด (มอเตอร์ไฟฟ้า): 122 แรงม้า
- กำลังรวมทั้งระบบ: 320 แรงม้า
- แรงบิดรวมสูงสุด: 700 นิวตันเมตร
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระบบไฮบริดและแบตเตอรี่
- ชนิดแบตเตอรี่: Lithium-ion
- ความจุแบตเตอรี่: 13.5 kWh
- ระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode): ประมาณ 50–55 กม.
- เวลาชาร์จ: ประมาณ 1.5–2 ชม. (ผ่าน Wallbox)
สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง
- 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 5.7 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (ระบบ PHEV): เฉลี่ยประมาณ 40–60 กม./ลิตร (ขึ้นอยู่กับการใช้งานและแบตเตอรี่)
ภายในและฟีเจอร์เด่น
- ชุดแต่ง AMG Bodystyling (กันชน, กระจังหน้า, ล้อ AMG 19 นิ้ว)
- ไฟหน้า MULTIBEAM LED
- เบาะหนัง Nappa ปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่
- หน้าจอคู่ Widescreen 12.3 นิ้ว + ระบบ MBUX
- ระบบปรับอากาศ THERMOTRONIC แบบ 3 โซ
- หลังคา Sunroof แบบ Panoramic
- ระบบช่วยขับขี่: Active Brake Assist, Blind Spot Assist, Cruise Control, กล้อง 360 องศา ฯลฯ
ราคาจำหน่าย
- ราคาป้ายแดงช่วงเปิดตัว: ประมาณ 3.77 ล้านบาท
- ราคารถมือสอง (ปี 2024–2025): ประมาณ 1.75 – 2.30 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับสภาพ, ปีจดทะเบียน, ระยะไมล์)
จุดเด่น
- สมรรถนะสูงขับสนุก แต่ประหยัดน้ำมันแบบรถไฮบริด
- ภายในหรูหราในแบบ Mercedes พร้อมเทคโนโลยีทันสมัยเต็มคัน
- ได้เปรียบด้านภาษีจากระบบปลั๊กอินไฮบริด ทำให้ราคาคุ้มค่าสำหรับรถยุโรประดับนี้
- เหมาะทั้งใช้ขับเองหรือเป็นรถผู้บริหาร
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive (W222)
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive (W222) เป็นรถยนต์ซีดานหรูระดับ Flagship ที่ได้รับการยอมรับในด้านความสบายขั้นสุด สมรรถนะดีเยี่ยม และความเงียบภายในห้องโดยสาร มาพร้อมขุมพลังดีเซลเทอร์โบ 6 สูบ และช่วงล่าง AIRMATIC ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลเหนือระดับ รุ่นนี้อยู่ในโฉม W222 ไมเนอร์เชนจ์ และวางจำหน่ายในไทยช่วงปี 2018–2021
สเปครถยนต์ S 350 d Exclusive (W222)
- เครื่องยนต์: ดีเซล 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร เทอร์โบ (รหัส OM656)
- ความจุเครื่องยนต์: 2,925 ซีซี
- กำลังสูงสุด: 286 แรงม้า ที่ 3,400–4,600 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200–3,200 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC (9 สปีด)
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง
- 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 6.0 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: 250 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ประมาณ 17–18 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานยุโรป)
ภายในและฟีเจอร์เด่น
- ชุดตกแต่ง Exclusive Line พร้อมกระจังหน้าแบบ 3 ซี่โครเมียม
- ล้ออัลลอยดีไซน์หรู ขนาด 19 นิ้ว
- เบาะหนัง Nappa ปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันนวด Ventilation & Heating
- หน้าจอ Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ
- ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound
- ระบบควบคุมอากาศ THERMOTRONIC แบบ 4 โซน
- หลังคา Panoramic Glass Roof
- ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC ถุงลมอัจฉริยะ
- ระบบช่วยขับขี่: PRE-SAFE®, Active Brake Assist, Adaptive Cruise Control, กล้อง 360 องศา ฯลฯ
ราคาจำหน่าย
- ราคาป้ายแดงช่วงเปิดตัว: ประมาณ 6,990,000 บาท
- ราคารถมือสอง (ปี 2024–2025): ประมาณ 2,300,000 – 3,000,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพ, ปีจดทะเบียน, เลขไมล์)
จุดเด่น
- ความนุ่มนวลระดับ First-Class ด้วยช่วงล่าง AIRMATIC
- ห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา พร้อมเบาะผู้บริหารเต็มระบบ
- เครื่องยนต์ดีเซลแรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และเหมาะสำหรับวิ่งทางไกล
- สะท้อนภาพลักษณ์ผู้บริหารระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รถอเนกประสงค์ - SUV (Sport Utility Vehicle)
Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC AMG (X253)
Mercedes Benz GLC 250 d 4MATIC AMG (X253) เป็นรถ SUV สไตล์สปอร์ตระดับพรีเมียม ที่ผสานดีไซน์แข็งแกร่งกับความหรูหราในแบบ Mercedes-Benz พร้อมขุมพลังดีเซลเทอร์โบแรงบิดสูง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC รุ่นนี้เป็นโฉม X253 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ ที่วางจำหน่ายในไทยช่วงปี 2017–2019
สเปครถยนต์ GLC 250 d 4MATIC AMG (X253)
- เครื่องยนต์: ดีเซล 4 สูบ 2.1 ลิตร เทอร์โบคู่ (รหัส OM651)
- ความจุเครื่องยนต์: 2,143 ซีซี
- กำลังสูงสุด: 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด: 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600–1,800 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC (9 สปีด)
- ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC
สมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง
- 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 7.6 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: ประมาณ 222 กม./ชม.
- อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ประมาณ 17–18 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานยุโรป)
ภายในและฟีเจอร์เด่น
- ชุดแต่ง AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลัง + ล้อ AMG ขนาด 19 นิ้ว)
- ไฟหน้า LED Intelligent Light System
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อม Paddle Shift
- เบาะหนัง ARTICO + DINAMICA ปรับไฟฟ้าคู่หน้า พร้อมเมมโมรี่
- ระบบหน้าจอ Infotainment ขนาด 7 นิ้ว + Navigation + Bluetooth
- ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบ THERMATIC Dual Zone
- ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า (EASY-PACK Tailgate)
- กล้องมองภาพถอยหลัง / เซนเซอร์รอบคัน
- ระบบช่วยขับขี่: Attention Assist, Hill Start Assist, Cruise Control ฯลฯ
ราคาจำหน่าย
- ราคาป้ายแดงช่วงเปิดตัว: ประมาณ 3,590,000 บาท
- ราคารถมือสอง (ปี 2024–2025): ประมาณ 1,050,000 – 1,390,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพรถ, ปีจดทะเบียน, ระยะไมล์)
จุดเด่น
- สมรรถนะเครื่องดีเซลแรงบิดสูง เหมาะสำหรับการใช้งานจริง ทั้งในเมืองและนอกเมือง
- ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC เพิ่มการยึดเกาะถนนและความมั่นใจขณะขับขี่
- ดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมชุดแต่ง AMG ให้ความสปอร์ตในสไตล์ SUV
- ห้องโดยสารเงียบ หรู พร้อมฟีเจอร์ใช้งานครบครัน
- ราคามือสองคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV พรีเมียมใช้งานระยะยาว
บทสรุป Mercedes-Benz
Mercedes Benz เป็นแบรนด์สัญลักษณ์แห่งความหรูหราและความภูมิฐานจากประเทศเยอรมนี ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ เทคโนโลยีระดับสูง และสมรรถนะในการขับขี่เหนือระดับ ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการเสริมภาพลักษณ์บุคลิกภาพให้มีความภูมิฐาน ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ที่ได้รับการยอมระบระดับสากล พร้อมกับเทคโนโลยีเฉพาะระดับสูง มาตรฐานการผลิตวิศวกรรมระดับโลก และความปลอดภัยแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นรถซีดาน SUV หรือรถพลังงานทางเลือก ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่ยอมรับระดับสากล และสามารถสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ
Mercedes Benz เหมาะกับใคร ?
- ผู้ขับขี่ที่ต้องการมีเสริมสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกเพื่อความมั่นใจ ให้ความรู้สึกภูมิฐาน
- ครอบครัวที่ต้องการรถ SUV หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย
- ผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีทันสมัย และให้ความปลอดภัยขั้นสูง
- ผู้ที่มองหาประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง และเหนือระดับกว่ารถทั่วไป



























